เมื่อไปไหว้พระ

สองสามวันก่อนผมขึ้นไปไหว้พระที่พระธาตุดอยสุเทพมา คนที่รู้จักผมเมื่อก่อนมักจะมองแปลกๆ เสมอ เวลาที่ผมเข้าวัด น่าจะมาจากที่ผ่านมาผมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมทางศาสนามากนัก วันเกิดไม่ไปตักบาตร วันพระไม่ได้ฟังธรรม ตั้งแต่เกิดมานับจำนวนครั้งที่ไปเวียนเทียนได้ด้วยนิ้วบนมือข้างเดียว
แต่นั้นมันเมื่อก่อน ไม่ใช่ปัจจุบัน
จะทำอย่างไรถ้าคุณท้อแท้ ชนิดที่ว่าไม่เหลือกำลังทั้งกายและใจ หลายๆอย่างรอบตัวเลวร้ายเหมือนกับว่านัดกันมาแกล้ง หลายอย่างที่น่าจะดีได้แล้ว ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะดีเท่าไหร่ ในเมื่อสภาพจิตใจย่ำแย่ คนเราก็ต้องการหลักยึด ที่มั่น ไว้เหนี่ยวจิตใจ จะได้ไม่คว้างเคว้งจนหลุดจากวงโคจรของชีวิต
สิ่งหนึ่งที่พอจะคิดถึงให้ยึดเหนี่ยวได้คือ ธรรมะ นั่นเอง
ปัจจุบัน ผมจะทำบุญ เข้าวัดไหว้พระ ถวายสังฆทาน ทุกครั้งที่มีโอกาศ มีความรู้สึกว่าทำแล้วสบายใจดี อย่างน้อยๆ ความฟุ้งซ่านในสายเลือดก็มีปริมาณลดลง ความเครียดก็ลดลงไปได้เยอะ จากการสังเกตของผมและคนใกล้ๆ ตัวหลายคน พบว่าเมื่อเราอายุมากขึ้น เราจะทำกิจกรรมทางศาสนามากขึ้น มองเห็นความสำคัญของธรรมะดีขึ้น คืออายุมันแปรผันโดยตรงกับความสนใจธรรมะนั่นเอง
คนเราเมื่อตอนอายุน้อยๆ ยังไม่ต้องมีภาระรับผิดชอบอะไรมากมายให้ต้องเครียด ลองคิดถึงวัยเด็กดูสิครับ ส่วนใหญ่ก็จะมีความสุขกันทั้งนั้น สนุกสนาน มีเพื่อนมีฝูงเยอะแยะ ผมจำได้ว่าในวัยเรียนสิ่งที่ทำให้ผมเครียดที่สุดก็คือการสอบนั่นเอง ถึงฤดูกาลสอบทีไรมีความรู้สึกว่าหดหู่ทุกครั้ง อย่างบอกไม่ถูก
เมื่ออายุเรามากขึ้น วัยทำงานต้องรับผิดชอบอะไรต่อมิอะไรมากมาย ต้องแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลาทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว ความเครียดและอุปสรรคเพิ่มขึ้นตามลำดับอายุ ซึ่งต่างจากวัยเด็กมากๆ เหตุผลนี้ก็คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สนใจธรรมะ
การเข้าวัด ทำบุญ ไหว้พระ ผมว่ามันเป็นการทำให้เกิดสติ อย่างน้อยถ้าไม่เหลืออะไรในชีวิตแล้ว ก็ขอให้เหลือสติไว้เป็นสิ่งสุดท้าย การมีสตินี่เองจะพาเราไปพบกับทางออกของการแก้ปัญหาต่างๆ
คือถ้าเรามีสติ ปัญหามา ปัญญามี….
Technorati Tags: พระธาตุดอยสุเทพ, ธรรมะ, ปัญหาชีวิต, สติ
Posted on June 13th, 2006
by ทอม
Filed under: ตามมุมมอง

จะทำอย่างไรถ้าคุณท้อแท้ ชนิดที่ว่าไม่เหลือกำลังทั้งกายและใจ หลายๆอย่างรอบตัวเลวร้ายเหมือนกับว่านัดกันมาแกล้ง หลายอย่างที่น่าจะดีได้แล้ว ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะดีเท่าไหร่ ในเมื่อสภาพจิตใจย่ำแย่ คนเราก็ต้องการหลักยึด ที่มั่น ไว้เหนี่ยวจิตใจ จะได้ไม่คว้างเคว้งจนหลุดจากวงโคจรของชีวิต
สิ่งหนึ่งที่พอจะคิดถึงให้ยึดเหนี่ยวได้คือ ธรรมะ นั่นเอง
ชอบประโยคนี้จัง อาจเพราะกำลังเผชิญกับมันอยู่ก็ได้ คุณเจ้าของblog เขียนต่อเถอะนะ เพราะเวลาที่คนมีทุกข์อย่างเราได้อ่านก็รู้สึกสบายใจขึ้นนะ ขอบคุณนะที่คุณได้เขียนไว้
this is soo true…
ขอเปนกำลังใจให้สุ้ต่อไปคะ ดำเนินชีวิตด้วยความมีสตินะคะ
ขอเปนกำลังใจให้สุ้ต่อไปคะ ดำเนินชีวิตด้วยความมีสตินะคะ
เราก็เป็นคนนึง ที่ไม่ค่อยได้เข้าวัด เนื่องด้วยเวลาและโอกาส แต่เมื่อเวลาฟ้งซ่าน แค่ได้เข้าไปนั่งสงบจิตในวัด ก็จะรู้สึกดีขึ้นมา
ปัญหามา ปัญญามี จริงๆค่ะ
ทุกวันนี้แม้ไม่ได้เข้าวัด
ก็มีโอกาสทำบุญตลอดเวลา
แม้ว่าจะเหนื่อย แต่ก็สุขใจค่ะ