วันนี้เป็นวันดีครับ ผมขอเปิดงานแสดงภาพถ่ายของผม อย่างไม่เป็นทางการเลยแล้วกัน ผมให้ชื่อว่า “Color of my Daugther” นะครับ เพราะทุกภาพที่แสดงเป็นภาพลูกสาววัยใสของผมเอง ไม่ต้องมองหาที่อยู่สถานที่แสดงภาพนะครับ เพราะคุณกำลังอยู่ที่นี่แล้ว ผมแสดงที่ blog ผมนี่แหละ ถ่ายภาพไม่เก่งครับออกตัวก่อนเลย แต่ใจเต็มร้อย เชิญชมได้เลยครับ
อย่าลืมกดเปิดเพลงฟังไปด้วยนะครับ ในขณะชมภาพ จะได้อรรถรสเพิ่มขึ้นอีกเป็นกระบุง เพลงนี้เป็นเพลงของพี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง ชื่อเพลง ชิงช้าคนช่างฝัน ในอัลบัมรวมบทเพลง ศุ บุญเลี้ยง ชุดลำลอง ครับ
[…]
Posted on July 30th, 2006 by ทอม
Filed under: my exhibition | 11 Comments »
ผมแอบเอามือขึ้นมาปาดน้ำตา แล้วเลยขึ้นไปเสยผม เพราะเกรงว่าใครๆ ที่นั่งข้างๆ จะรู้ว่าผมแอบร้องไห้อยู่..
ว่ากันจริงๆ แล้วหนังทุกเรื่องที่มีบทรักร้าง เศร้าสร้อย มันก็สามารถเรียกน้ำตาผมได้หมด คงมาจากนิสัยพื้นเพของผม ที่เป็นคนไม่ตะหนี่น้ำตา มีเท่าไหร่ไหลได้หมด แต่สำหรับ “โคตรรักเอ็งเลย” อาจจะมีนัยยะแอบแฝงมากับน้ำตาแต่ละหยดมากกว่าเรื่องไหนๆ ผมคงไม่ฟันธงว่า เป็นเพราะผู้กำกับ หรือ นักแสดง ถึงแม้ว่าพวกเค้าน่าจะได้คะแนนเต็มสิบก็ตาม
บอกตามตรงเวลาที่ดูหนังเรื่องนี้ เหมือนผมกำลังย้อนไปคิดถึงชีวิตครอบครัวที่ผ่านมา ก่อนที่คนสองคนจะแยกทางกัน เพิ่งเข้าใจว่าชีวิตคนเราก็เหมือนนิยาย เหมือนจริงๆ นั่งดูอยู่ก็อดที่จะอินกับหนังไม่ได้ เห็นพี่โน้สร้องไห้หน้าตาบูดเบี้ยว เหย่เก ผมก็แอบทำตาแดงๆ สนับสนุนอยู่หน้าจอ ก็อย่างที่บอกมันโดนไปซะทุกซีนเลย เว้นซะก็แต่ตอนจบนี่แหละ ที่ไม่ได้แฮปปี้เหมือนในหนังเค้าหรอก ไม่ได้บอกใครในตอนสุดท้ายว่า “โคตรรักเอ็งเลย” และถึงมีคำพูดมากมายที่อยากจะบอกใครคนนั้น ผมก็ไม่แน่ใจอยู่ดีว่าเค้ายังอยากจะได้ยินอยู่หรือปล่าว เอาละ ออกจากเรื่องผม เข้าเรื่องหนังดีกว่า
ขอแสดงความคิดเห็นกับหนังเรื่องนี้แบบคนธรรมดา ที่ชอบดูหนังมาก (แต่ไม่ที่สุด) แบบเป็นกลางที่สุด ถึงแม้ว่าผมจะชื่นชอบคุณโน้ส อุดม และผู้กำกับ คุณพิง อยู่เป็นทุนแล้ว และไม่ว่าหนังที่ดูจะโดนใจโทรมๆ ดวงเท่ากำปั้นน้อยๆ ของผมซักเท่าไหร่ก็ตาม
ความคิดเห็นผมสำหรับหนังเรื่อง “โคตรรักเอ็งเลย”
- เนื้อเรื่องและการนำเสนอ ผมชอบมาก
- […]
Posted on July 29th, 2006 by ทอม
Filed under: เรื่องนี้ไปดูแล้ว, ตามมุมมอง | 9 Comments »
ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ผมกับครอบครัว ซึ่งประกอบไปด้วย พ่อ แม่ น้องสาวและผม ได้มีโอกาสไปชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ภาคต่อ ที่ทุกๆ คนในบ้านรอมานานถึง 19 ปี ถ้าคุณกำลังคิดถึงซุปเปอร์แมน คุณเดาถูกต้องแล้วครับ
หนังเรื่องนี้เหมือนเป็น ภาพยนต์ประจำบ้านของเราไปแล้ว เพราะเป็นหนังเรื่องเดียวที่เราจะไปดูโดยพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว ครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญที่ พ่อและแม่ผมได้มีโอกาสเปิดหูเปิดตา กับโรงหนังยุคใหม่กับเค้าเสียที ถ้าถามเค้าสองคนว่าครั้งสุดท้ายเข้าโรงหนังเมื่อไหร่ ผมขอตอบแทนเลย โน่นนนน…19 ปีที่แล้ว และก็เป็นเรื่องซุปเปอร์แมนนี่แหละ ภาคสุดท้ายก่อนจะมาเป็น ซุปเปอร์แมนรีเทิร์น
โดยปกติแล้วเป็นอะไรที่ยากมาก ที่ลูกๆ อย่างผมและน้องจะหว่านล้อม เอาท่านทั้งสองเข้าโรงหนังได้ ขอย้ำว่ายากมาก ทีแรกผมยังกลัวๆ ว่าพ่อผมจะหมดศรัทธากับฮีโร่คนนี้แล้ว แต่เหมือน ไปรอัน ซิงเกอร์ จะมาจุดประกายความเป็นเด็กในตัวของพ่อผมได้ออกมาวิ่งเล่นเป็นซุปเปอร์แมนอีกครั้ง การชักชวนเข้าโรงหนังครั้งนี้ของผม จึงไม่ยากเย็นนัก
ผมยังจำได้ที่ไปดูหนังเรื่องนี้ในภาคที่สอง (ภาคหนึ่งเกิดแล้วแต่คงดูไม่รู้เรื่อง) พ่อกับแม่ซื้อชุดซุปเปอร์แมนให้ผมใส่ ผมก็บ้าเห่อ เปลี่ยนมันซะเลยในโรงหนังนั่นแหละ พอหนังจบเหาะออกมาจากโรงเลย เท่ชมัด! ครั้งนั้นถือเป็นการดูหนังครั้งแรกกับครอบครัวของผม
สำหรับในภาคที่สามของซุปเปอร์แมน ก่อนจะได้ไปชมนั้นผมแทบจะอาเจียนเป็นตัวเลข ก็พ่อสุดที่รักของผมนะซิ อยากพาลูกๆ ไปดูหนังเป็นทุนอยู่แล้ว แต่ก็ยังทำทีเหมือนไม่อยากไป มีข้อแลกเปลี่ยน คือให้ผมตอนนั้นเป็นเด็กชายอายุประมาณ หก […]
Posted on July 23rd, 2006 by ทอม
Filed under: ความรัก, ตามมุมมอง | 1 Comment »