หัวแก้ว หัวแหวน
Posted on September 27th, 2006 by ทอม
Filed under: ตามมุมมอง | 8 Comments »
Posted on September 27th, 2006 by ทอม
Filed under: ตามมุมมอง | 8 Comments »
สัญญาณชนิดสองวัตต์กำลังวิ่งออกจากโทรศัพท์โดยมีความรู้สึกดีๆ คอยวิ่งตีคู่เหมือนเป็นพี่เลี้ยง ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ เครื่องรับปลายทางก็จะได้รับสัญญาณนี้ ซึ่งจะส่งเสียงหรือสั่นเตือนเจ้าตัวนั้นสุดแล้วแต่ ที่แน่ๆ ผู้รับนั้นคงไม่สามารถสัมผัสถึงความรู้สึกดีๆ ที่ถูกส่งมาพร้อมกับสัญญาณที่ว่า ผู้รับใจดำถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์เสียที ปล่อยให้ผู้ส่ง ส่งสัญญาณจนเมื่อยนิ้ว หลังจากที่กดอยู่นาน โดยที่ไม่มีวี่แววสัญญาณของความเห็นใจที่จะรับสายจากใครคนนั้น สัญญาณของความน้อยใจก็เข้าปกคลุมจิตใจของผู้ส่ง และแล้วผู้ส่งก็จิตตกไปตามระเบียบ
ตอนนี้จิตใจของผู้ส่งเต็มไปด้วยความทุกข์ ครั้นคิดจะส่งความทุกข์ไปพร้อมกับสัญญาณโทรศัพท์ก็ใช่ที่ เชื่อแล้วที่ผู้เชี่ยวชาญในหลายๆ ประเทศบอกว่า สัญญาณโทรศัพท์อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ คิดง่ายๆ เช่นในเวลานี้ที่ผู้ส่งเต็มไปด้วยความเครียดจากการทำสถิติมิสคอลในโทรศัพท์ของผู้รับ ซึ่งความเครียดนี้ถ้ามีในปริมาณมากอย่างสม่ำเสมอแล้ว มะเร็งก็คงไม่ไปไหนไกล
จริงๆ แล้วก็เป็นสิทธิของผู้รับ ว่าจะรับสายหรือไม่รับสาย ดีแค่ไหนแล้วที่เค้าคนนั้นไม่กดสายทิ้ง แต่ปฎิเสธที่จะรับอย่างนุ่มนวลโดยการปล่อยให้สายเรียกอยู่อย่างนั้น แต่เค้าจะรู้ไหมว่าผู้ส่งอย่างเราจะอุปทานเป็นเรื่องป็นราวอย่างไรบ้าง เค้าจะอยู่กับใครหนอถึงรับสายเราไม่ได้ เราทำอะไรให้ไม่สบายใจหรือปล่าว หรือว่าเค้าจะเกลียดเรา อันนี้สุดแล้วแต่ว่าจิตใจผู้ส่งคนนั้นๆ จะสำลักอุปทานมากน้อยแค่ไหน
หัวใจส่งสัญญาณให้ผมรู้ว่าตอนนี้สถานการณ์ทางจิตไม่ค่อยสู้ดีนัก อันเนื่องมาจากสัญญาณมือถือที่ถูกส่งไปแต่ไม่มีวี่แววว่าจะตอบกลับมา แค่อยากได้ยินเสียงคุณ รับแล้วจะต่อว่าด่าทอก็ไม่ว่ากัน ช่วยรับทีเถอะนะ อย่าปล่อยให้คิดเอาเองเลย
ปล.ผู้ส่งมีใจดีๆ มาให้ ผ่านทางสัญญาณโทรศัพท์ อยากคุยกับคุณจัง ถ้าเป็นคุณ คุณจะใจร้ายไม่รับสายสักครั้งเชียวหรือ
Posted on September 25th, 2006 by ทอม
Filed under: ตามมุมมอง | 3 Comments »
เวลาเย็นของวันหนึ่งที่แสงแดดจางหาย เพราะมีว่าที่เมฆฝนเจ้าถิ่นประจำฤดูผ่านเข้ามา แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าถิ่นก็ยังสุภาพไม่ส่งฝนโปรยปรายให้ใครได้เปียก อากาศกำลังดีมากถึงมากที่สุด มีลมที่พัดโชยเอากลิ่นใบไม้ใบหญ้าออกมาต้อนรับเมฆฝนเจ้าถิ่น และผู้คนที่บ้างก็มาเดินวิ่งออกกำลัง บ้างก็จูงลูก จูงสุนัข บ้างก็นั่งชมธรรมชาติ ตามที่อารมณ์ของแต่ละคนจะอำนวย
เด็กหญิงคนหนึ่งกำลังออกแรงด้วยการวิ่ง วิ่งโดยมีจุดหมายคือลูกหมาขนปุย ที่คอยวิ่งเข้ามาชักชวนให้เด็กน้อยวัยขวบกว่าคนนี้ได้วิ่งตาม เด็กน้อยวิ่งไล่จับหมาน้อยขนปุยโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย นอกจากวิ่งแล้วเด็กน้อยยังบ่นพึมพัมไม่เป็นภาษาแต่พอจะเดาได้ว่าให้หมาน้อยรอแกด้วย หมาน้อยก็แสนรู้ทำทีหยุดนิ่งๆเหมือนจะรอ แต่พอเด็กน้อยเข้ามาใกล้ เจ้าขนปุยก็วิ่งห่างออกไปอีกหลายวา
เย็นวันนั้นคงไม่มีใครในโลกจะมีความสุขไปมากกว่าเด็กน้อยคนนี้ ผมตัดสินจากภาพที่เห็น เสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากเด็กน้อยในชุดกระโปรงสีแดงที่เข้ากับสีแก้มและริมฝีปาก เสียงตะโกนทักทายที่ไม่สามารถแปลเป็นภาษาใดๆ ในโลกได้ แต่ทุกคนสามารถตอบได้ด้วยรอยยิ้ม ท่าทางกวนๆ ที่ไม่ต้องเลียนแบบตลกมืออาชีพ แต่ก็ตลกได้เท่ากัน
เด็กน้อยคนนี้ชื่อ “จอมขวัญ” ลูกสาวคนเดียวของผมเอง ตอนนี้เรารู้จักกันมาเกือบๆ จะสองปีแล้ว ก็นับจากวันที่แกเกิดมานั่นแหละ ช่วงที่รู้จักกับเจ้าตัวน้อยนี้ ต่อมความรักของผมทำงานหนักขึ้นทุกวัน ผลิตความรักในหนึ่งวัน มากมายมหาศาล และความรักมากมายมหาศาลนี้ก็ถูกจอมขวัญใช้หมดไปทุกวันเช่นกัน วันไหนที่แกต้องไปอยู่กับแม่แกที่บ้าน ต่อมความรักผมจะทำงานเพิ่มขึ้นเป็นสามถึงสี่เท่า เพราะต้องส่งแรงรักไปไกลหลายกิโล เมื่อไปถึงแกจะได้รับความรักในปริมาณที่เหมือนวันปกติทั่วไป
ผมอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาในอ้อมแขน อากาศยังดีอยู่เหมือนตอนที่มาถึง ตอนนี้นอกจากกลิ่นใบไม่ใบหญ้าแล้ว ยังแอบมีกลิ่นเหงื่อเจ้าตัวเล็กแอบมาเตะจมูกอยู่ตุ่นๆ เป็นกลิ่นที่ไม่หอมแต่อบอุ่น ผมคิดว่าตอนนี้แกคงเริ่มเหนื่อยแล้ว น่าจะได้เวลาที่เราจะกลับบ้านไปอาบน้ำและทานข้าวกัน
ผมแอบขอบคุณว่าที่เมฆฝนเจ้าถิ่น ที่ทำให้กิจกรรมพ่อลูกผ่านพ้นไปด้วยดี และขอบคุณต่อมความรักของผมที่ยังไม่เคยทำงานบกพร่องเลย
Posted on September 16th, 2006 by ทอม
Filed under: ความรัก, พ่อคนหนึ่ง, ตามมุมมอง | 16 Comments »