ผมเดินออกจากลิฟท์ เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก เท้าทั้งสองข้างพยายามเบี่ยงเบนพาร่างกายเดินตรงไปที่หน้าต่าง แทนที่จะเดินเข้าห้องทำงานเหมือนที่เคย วันนี้คืออีกวันในฤดูฝน ที่ผมต้องเสียใจกับเรื่องซ้ำซาก เรื่องซ้ำซากที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกอย่างร้ายกาจ จนต่อมน้ำตาต้องออกแรงทำงานกันอีกครั้ง
ฝนตกปอยๆ ผมยืนอยู่ริมหน้าต่างของตึกชั้นที่ 7 ลมจากภายนอกอาคารพัดหอบเอาฝนเม็ดน้อย เข้ามาไล้สองแก้ม ท่าทีเหมือนจะปาดน้ำตาบนหน้าใบเศร้าใบนี้ ผมคิดขอบคุณลมและเม็ดฝนอยู่ในใจ ถึงแม้มันจะไม่สามารถทำให้ผมตื่นจากความรู้สึกแย่ๆ ได้ก็ตาม อย่างน้อยมันก็ยังมีน้ำใจกว่าใครบางคน ที่คงไม่ได้รู้สึกอะไรกับผลที่เกิดขึ้นกับผมครั้งนี้
ลมยังพัดหอบเม็ดฝนเข้ามาทางหน้าต่างอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับต่อมน้ำตาที่ทำงานสอดรับกับลมและฝนอย่างขยันขันแข็ง ความรู้สึกแย่ๆ ที่เป็นตัวบงการให้ต่อมน้ำตาต้องออกแรง มันไม่ได้เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับชีวิตของผม แต่ถึงกระนั้นผมก็ไม่สามารถทำความคุ้นเคยกับมันได้สักที
ความจริงก็คือ เรื่องบางเรื่องผมไม่มีหน้าที่ ที่จะต้องไปทำความเข้าใจกับมัน เพราะที่สุดแล้วมันไม่มีความเข้าใจให้ผมได้สบายใจเลย การพยายามวิ่งทำความเข้าใจกับเรื่องพวกนี้นอกจากจะทำร้ายความรู้สึกตัวเองตลอดเวลาแล้ว ยังทำร้ายคนรอบข้างที่อยู่ในระยะทำการของความรู้สึกเราอีกด้วย
เลิกทำความเข้าใจ เลิกมานั่งคิด นั่งถามว่า “ทำไม” “เพราะอะไร” เสียที ผมพูดกับความรู้สึกอ่อนล้าในใจ ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ริมหน้าต่างชั้น 7 แล้ว ผมกำลังก้าวขึ้นบันไดไปที่ดาดฟ้า ประตูดาดฟ้าไม่ได้ปิดไว้อย่างสนิท ทำให้แสงที่ไม่สว่างนักในฤดูฝนผ่านช่องประตูเข้ามา ถึงไม่ได้เป็นแสงสว่างที่สวยเหมือนในฤดูอื่นๆ สำหรับผมตอนนี้มันก็ดูจะเป็นทางสว่างที่ดีที่สุด ผมเปิดประตูดาดฟ้าออกไปหาแสงสว่าง อากาศบนดาดฟ้าตึกขนาด 8 ชั้น ดีอย่างไม่ธรรมดาเลย รู้อย่างนี้ผมน่าจะก้าวออกมาเสียตั้งแต่ทีแรก ทนอยู่กับการทำความเข้าใจที่มันไม่เคยได้เข้าใจมาตั้งนาน
ตอนนี้ฝนเริ่มพากันตกหนักขึ้น ดูเหมือนมันจะมาร่วมไว้อาลัยให้กับผม ที่ได้ตายจากความรู้สึกของใครบางคน…
Posted on August 11th, 2007 by ทอม
Filed under: ความรัก, ตามมุมมอง | 9 Comments »
เมื่อวานได้ยินข่าวสะพานข้ามแม่น้ำถล่มในเมืองมินนิอาโปลิส รัฐมินนิโซตาของสหรัฐอเมริกา สาเหตุจากรายงานข่าวบอกว่าอาจเป็นเพราะความเก่าแก่ที่ใช้งานมาถึง 40 ปี ซึ่งเหตุเกิดช่วงชั่วโมงเร่งด่วน คาดผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่า 9 ศพ เนื่องจากยังสูญหายอีก 20 คน และได้รับบาดเจ็บไปอีกประมาณ 60 คน ฟังแล้วชวนให้สยอง เรื่องที่ไม่น่าจะเกิด ก็เกิดขึ้นจนได้ น่าคิดไหมครับว่าทำไม เรื่องแค่นี้ มนุษย์เราไม่สามารถควบคุมไม่ให้มันเกิดขึ้นได้
นับตั้งแต่การเริ่มต้นคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ คนเราก็ก้าวข้ามกำแพงชั้นแรกเข้าสู่การควบคุมธรรมชาติ เราสามารถควบคุมและสั่งการสิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างที่ใจเราต้องการ มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับกำลังเทคโนโลยีที่เรามี เราสามารถพาตัวเองไปที่ไหนต่อไหนก็ได้โดยพาหนะในรูปแบบต่างๆ เวลาที่เราขับรถเราก็สามารถควบคุมรถให้วิ่งเร็ว วิ่งช้า เบรค เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา การได้มาซึ่งการควบคุมอะไรสักอย่าง บางครั้งอาจจะต้องใช้การลงทุนอันแสนแพง และอาจจะต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกในระยะหนึ่ง แต่สำหรับเรื่องบางเรื่องเราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ ไม่ว่าเราจะใช้กำลังทุนและเวลาเท่าไหร่ก็ตาม
คิดอะไรกันให้ยากบางครั้งเรื่องที่เราควบคุมมันได้อยู่ทุกวัน วันดีคืนร้ายเราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ซะอย่างนั้น รถที่เราใช้เป็นประจำทุกวัน คุณเคยทะเลาะกับมันบ้างไหมล่ะ แล้วดูอย่างอุบัติเหตุสะพานถล่มที่บอกไป คนเราสร้างเอง ควบคุมเองแท้ๆ ใช่ไหม วันนี้เราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้เช่นกัน แล้วคุณคิดว่าชีวิตต่อๆ ไปเราจะต้องทำอย่างไร
ในเมื่อความจริงแล้วคือ คนเราไม่สามารถควบคุมอะไรได้อย่างแท้จริง
เอาเรื่องใกล้ตัวเราที่สุดบ้างดีกว่า ตั้งแต่เราเกิดมาเราเคยนับไหมครับว่า อะไรที่เราคิดว่าเราควบคุมมันได้ แต่สุดท้ายแล้วมันก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของเราทุกที ลองยกตัวอย่างกันดู หน้าที่การงาน วาสนา โชคชะตา และความรัก เราเคยผิดหวังกับเรื่องพวกนี้กันทุกคนแหละครับ ครั้งหนึ่งผมเคยควบคุมชีวิตตัวเองให้อยู่ในกรอบเป้าหมายที่ตัวเองตั้งเอาไว้ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน แต่เมื่อปัจจัยหนึ่งที่สำคัญเกิดควบคุมไม่ได้ขึ้นมา […]
Posted on August 4th, 2007 by ทอม
Filed under: ตามมุมมอง | 3 Comments »
เชื่อไหมครับว่าความสุข เราสามารถแบ่งปันกันได้ ผมเชื่อนะ แล้วก็เชื่อมานานแล้วด้วย…
ความสุข เป็นความรู้สึกชนิดหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดที่แสดงถึงความรู้สึกดีๆ แต่บางครั้ง ความสุข ก็ไปอยู่ผิดที่ ผิดทางกลายเป็น ความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น หรือความสุขชั่ววูบ แต่ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ความสุขก็ยังเป็นความที่คนทุกคนต้องการ แล้วจะทำอย่างไรเราถึงจะได้ความสุขชิ้นโตมาครอบครองกันหละ
จริงๆ แล้วเราทุกคนรู้ดีว่า ความสุข นั้นมันก็อยู่รอบๆ ตัวเรานี่แหละ ผมรู้ และคุณก็รู้ อยู่ที่เราเองว่าเราจะจัดการกับสิ่งรอบตัวอย่างไรให้ได้รับความสุข ไม่ยากหรอกครับถ้าอยากมีความสุข แต่ถ้ามันเกิดยากขึ้นมา ก็ตัวเราเองนี่แหละที่มักจะทำให้มันยากกันไปเอง ยกตัวอย่างเรื่องที่ทำให้ผมมีความสุขเรื่องหนึ่ง เรื่องเล็กๆ ครับคุณรู้ไหมว่า มาม่าคัพ ถ้วยหนึ่งเนี้ยทำให้คนในครอบครัวผมสองคนมีความสุขได้ แม่ผมแลกซื้อมาด้วยเงินเพียง 9 บาท (จากราคาเต็ม 12 บาท) แม่ผมมีความสุขมากที่ประหยัดเงินไปถึง 3 บาท ปลาบปลื้มกันไป และตอนที่ผมกำลังพิมพ์เรื่องนี้อยู่ ผมก็เปิดฝากดน้ำร้อนใส่ รอให้ได้ที่ แล้วละเลียดอย่างเมามันส์ เพราะผมกำลังหิว ง่ายไหมครับ ความสุขจากเงิน 9 บาท จากมาม่าคัพ หนึ่งถ้วย เรื่องเล็กๆ แบบนี้ ความสุขเล็กๆ อย่าไปมองข้ามมันนะครับ
คุณเคยอยากได้โทรศัพท์มือถือใหม่ไหมครับ ผมนี่ตัวดีเลยหละ เบื่ออันเก่า อยากได้อันใหม่ เทคโนโลยีใหม่ๆ […]
Posted on July 29th, 2007 by ทอม
Filed under: ความรัก, พ่อคนหนึ่ง, ตามมุมมอง | 4 Comments »