สิ่งที่อยู่ข้างนอกยังมีอะไรอีกมากที่คุณและผมยังไม่รู้ ช่วงระหว่างเวลาไม่กี่ปี ไม่กี่เดือน โลกเราเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วเหลือเกิน คุณลองมองออกไปนอกหน้าต่างสิ คุณเห็นไหมว่ามันมีอะไรอีกมากมาย ท้าทายให้เราศึกษา เรียนรู้ มีอะไรอีกมากมาย ที่จะทำให้เราหนีความตื่นเต้นไปไหนไม่ได้ เมื่อได้ค้นพบมัน…
ผมอยู่หน้า หน้าต่างบานเดิม มันคืออาชีพผมไปแล้ว หน้าต่างบานนี้เคยมีหลายคนส่ายหัว เมื่อผมบอกว่า ผมหาเงินเลี้ยงตัวเอง จากการนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง หลายคนตอนนี้คงผงกหัวยอมรับไปแล้ว ..ก็ผมบอกแล้วว่าข้างนอกหน้าต่างนั่นมีอะไรอีกมากมาย คุณยังไม่เคยเห็นอย่างที่ผมเห็น … อยากรู้ก็มองออกไปนอกหน้าต่างสิ..
Read more…
Related posts
My Life
ชีวิต, หน้าต่าง, Internet Marketing

ไม่ได้รู้มาก่อนเลยว่า วันนี้พระจันทร์จะมีความสุข ออกมาเดินหน้าบ้านเห็นพระจันทร์กำลังยิ้ม รีบเรียกเจ้าตัวเล็กออกมาดู เป็นที่ชอบใจของลูกสาวผมมากๆ หลังจากเข้าบ้านมานั่งทำงานต่อ ก็มีโทรศัพท์มาซะหลายสายเลย บรรดาเพื่อนๆ ญาติๆ โทรมาบอกให้ดูพระจันทร์ ถึงบางอ้อเลยว่าวันนี้ พระจันทร์ไม่ปกติแน่ๆ ผมเลยถามพี่กู (Google) ทันที เลยได้ข้อมูลมาคร่าวๆ พอเข้าใจ ดังนี้
ปรากฏการณ์ที่ว่านี้ เรียกว่า “เอิร์ธ ชายน์” เอิร์ธ ชายน์ คือปรากฏการณ์ แสงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลก สะท้อนไปยังดวงจันทร์ทำให้ดวงจันทร์ขึ้น 3 ค่ำที่ต้องเห็นเป็นเสี้ยว กับเห็น เป็นเต็มดวงสามารถถ่ายภาพได้ด้วยกล้องถ่ายภาพทุกชนิด ปรากฏการณ์นี้สามารถมองได้ด้วยตาเปล่า ตั้งแต่เวลา 17.40 น. ที่ดวงอาทิตย์เริ่มตกดินจนถึงเวลา 20.30 น. โดยจะเห็นดาวพฤหัสบดี และดาวศุกร์ ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่สว่างสุกใสนานๆครั้งที่ดาวทั้งสองจะมาอยู่ ใกล้กัน และมีดวงจันทร์มาอยู่ใกล้เคียงด้วย ทำให้น่าติดตามชมเป็นอย่างยิ่ง
ซึ่ง ในคืนวันที่ 1 ธ.ค. นี้ จะมีปรากฏการณ์ ที่สวยงามบนท้องฟ้าทางทิศตะวันตกค่อนไปทางใต้ช่วงหัวค่ำเห็นได้ด้วยตาเปล่า หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วคือ เห็นดาวศุกร์อยู่เคียงกับดาวพฤหัสบดี มองใกล้กันเพียง 2 องศาในระยะบนท้องฟ้า และจะมีดวงจันทร์ขึ้น 3ค่ำ อยู่ ข้างล่างดาวทั้ง สองดวง ห่างดาว เพียง 2 องศา.ในระยะท้องฟ้าเช่นกัน โดยดวงจันทร์เสี้ยวขึ้น 3 ค่ำ จะปรากฏการณ์เอิร์ธ ชายน์ (Earth shine) ให้เห็นด้วย โดยเมื่อมองขึ้นไปแล้วปรากฏการณ์นี้ มองภาพของดาวคู่และดวงจันทร์บนท้องฟ้าจะดูเหมือนหน้าคนกำลังยิ้ม
ไม่รู้ว่าคนที่อยู่สนามบินสุวรรณภูมิ เห็นพระจันทร์ยิ้มแล้ว จะเย็นลงบ้างไหมหนอ
Related posts
My Life
พระจันทร์ยิ้ม, earthshine
พาดหัวซะดูดีเลย “อิสระภาพของชีวิต และความคิด” มันเป็นแนวทางดำเนินชีวิตของผมในตอนนี้เองครับ กำลังลงมือสร้างอิสรภาพส่วนตัว ในหลายๆ ด้าน ถึงตอนนี้ก็ถือได้ว่าดีกว่าที่คิดไว้หลายเท่า หลังจากสิ่งที่ลงมือทำมาในหลายๆ ปี ที่ผ่านมา สะกดคำว่า “ประสพความสำเร็จ” ไม่ได้เลย การตัดสินใจเมื่อต้นปี ที่คว้าเอาโอกาสนั้นไว้ เมื่อมันผ่านเข้ามา เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และได้ตัดสินใจดำดิ่งลงลึกไปกับมัน โดยที่ต้องทนแรงเสียดทานจากคนรอบข้าง ที่ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมทำอยู่ การตัดสินใจครั้งนั้นถือได้ว่าเป็นของขวัญชิ้นโต สำหรับเด็กโข่งวัยเลยสามสิบมาหนึ่งขวบ อย่างผมคนนี้เลยก็ว่าได้
Read more…
Related posts
My FreeDom Life, My Life, My Work
ชีวิต, อิสรภาพ, ความคิด, Freedom Life

ผมเดินทอดน่องอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยมีจุดหมายที่มา คือมาคอยใครคนหนึ่ง ผมเดินอยู่อย่างนั้นประมาณชั่วโมงกว่าๆ ได้แล้ว นอกจากความเมื่อยจะถามหา จิตใจยังกระวนกระวาย ซึ่งเกิดจากความคิดที่ว่า ใครคนนั้นเค้าจะไม่มาตามที่นัด
ผมยังเดินต่อไปจากชั้นล่าง ขึ้นชั้นบน จากชั้นบน ลงชั้นล่าง ผมเริ่มได้กลิ่นไหม้ ต้นสายปลายกลิ่นคือน่องผมนั่นเอง เพราะมันทอดน่องมาสองชั่วโมงแล้ว ผมคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมาดูก็ไม่พบว่ามี miss call แต่อย่างใด ตอนนี้ผมเริ่มมั่นใจแล้วล่ะว่าเค้าคนนั้นคงไม่มาแน่ๆ
ในชีวิตของเรา คงจะปฎิเสธเรื่องของความผิดหวังไม่ได้ ทุกคนเคยสัมผัสความเจ็บแสบของมันมาบ้างไม่มากก็น้อย สำหรับผม ความผิดหวัง มันเหมือนยาชนิดหนึ่ง เมื่อได้กินยาแบบเดิมซ้ำๆ ร่างกายก็จะดื้อยาชนิดนั้นในที่สุด วันนี้ของผมมันชาชินกับความผิดหวังเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ซะแล้ว ถ้าจะให้เกิดความรู้สึกเสียใจล่ะก็ คงต้องใช้ความผิดหวังในปริมาณที่มากโข แค่นี้ผมผ่านได้สบาย ไม่เข็ดด้วย ในหนึ่งวันทั้งเรื่องงาน เรื่องต่างๆ ก็แย่แล้ว ถ้ายิ่งติดใจเอาความผิดหวังเล็กๆ น้อยๆ มารวมอีก คงจะแย่กันไปใหญ่
ผมกลับมาเดินทอดน่องต่อ คราวนี้เปลี่ยนจากในห้าง มาเป็นที่จอดรถ (ที่จอดรถห้างเดิมนั่นแหละ) ผมกำลังจะกลับบ้านแล้ว ความรู้สึกตอนมา กับตอนกลับนี่คนละเรื่องเลย ขามาหัวใจผมพองโต ผมกำลังจะมาพบใครคนหนึ่งที่ผมอยากเจอเค้า ไม่มีอะไรพิเศษระหว่างเราสองคน เพียงแต่ผมอยากเจอเค้าก็แค่นั้นเอง ขากลับผมแอบมีเรื่องผิดหวังเล็กๆ ไม่มีสาระสำคัญอะไร แอบน้อยใจนิดหน่อย แต่ก็เคารพการตัดสินใจของตัวเองที่มา และเข้าใจที่เค้าไม่ได้มา
ผมขับรถออกจากห้างแห่งนั้น ขาออกผมคืนบัตรจอดรถพร้อมด้วยความผิดหวังเล็กๆ ก้อนนั้น ให้กับยามหน้าเหี้ยมรับไป
ถึงจะผิดหวังทุกวัน แต่ผมก็มีความหวังทุกวัน
Related posts
My Life
ผิดหวัง, ความผิดหวัง
ผมแอบเอามือขึ้นมาปาดน้ำตา แล้วเลยขึ้นไปเสยผม เพราะเกรงว่าใครๆ ที่นั่งข้างๆ จะรู้ว่าผมแอบร้องไห้อยู่..
ว่ากันจริงๆ แล้วหนังทุกเรื่องที่มีบทรักร้าง เศร้าสร้อย มันก็สามารถเรียกน้ำตาผมได้หมด คงมาจากนิสัยพื้นเพของผม ที่เป็นคนไม่ตะหนี่น้ำตา มีเท่าไหร่ไหลได้หมด แต่สำหรับ “โคตรรักเอ็งเลย” อาจจะมีนัยยะแอบแฝงมากับน้ำตาแต่ละหยดมากกว่าเรื่องไหนๆ ผมคงไม่ฟันธงว่า เป็นเพราะผู้กำกับ หรือ นักแสดง ถึงแม้ว่าพวกเค้าน่าจะได้คะแนนเต็มสิบก็ตาม
บอกตามตรงเวลาที่ดูหนังเรื่องนี้ เหมือนผมกำลังย้อนไปคิดถึงชีวิตครอบครัวที่ผ่านมา ก่อนที่คนสองคนจะแยกทางกัน เพิ่งเข้าใจว่าชีวิตคนเราก็เหมือนนิยาย เหมือนจริงๆ นั่งดูอยู่ก็อดที่จะอินกับหนังไม่ได้ เห็นพี่โน้สร้องไห้หน้าตาบูดเบี้ยว เหย่เก ผมก็แอบทำตาแดงๆ สนับสนุนอยู่หน้าจอ ก็อย่างที่บอกมันโดนไปซะทุกซีนเลย เว้นซะก็แต่ตอนจบนี่แหละ ที่ไม่ได้แฮปปี้เหมือนในหนังเค้าหรอก ไม่ได้บอกใครในตอนสุดท้ายว่า “โคตรรักเอ็งเลย” และถึงมีคำพูดมากมายที่อยากจะบอกใครคนนั้น ผมก็ไม่แน่ใจอยู่ดีว่าเค้ายังอยากจะได้ยินอยู่หรือปล่าว เอาละ ออกจากเรื่องผม เข้าเรื่องหนังดีกว่า
ขอแสดงความคิดเห็นกับหนังเรื่องนี้แบบคนธรรมดา ที่ชอบดูหนังมาก (แต่ไม่ที่สุด) แบบเป็นกลางที่สุด ถึงแม้ว่าผมจะชื่นชอบคุณโน้ส อุดม และผู้กำกับ คุณพิง อยู่เป็นทุนแล้ว และไม่ว่าหนังที่ดูจะโดนใจโทรมๆ ดวงเท่ากำปั้นน้อยๆ ของผมซักเท่าไหร่ก็ตาม
ความคิดเห็นผมสำหรับหนังเรื่อง “โคตรรักเอ็งเลย”
- เนื้อเรื่องและการนำเสนอ ผมชอบมาก
- พี่โน้ส แสดงได้ดีสุดๆ อาจเพราะมาจากได้รับบทที่เกือบๆ จะใช่ตัวแกเอง เลยถ่ายทอดออกมาไม่มีที่ติ
- น้องไหม อาจจะแข็งไปนิดนึงในบางฉากบางตอน แต่โดยรวมสำหรับนักแสดงหน้าใหม่ ผมยกนิ้วให้ครับ
- ไม่รู้ว่าจะติอะไร เพราะตอนดู เหมือนดูตัวเองอยู่
หนังจบ ผมแอบเอามือขึ้นมาปาดน้ำตาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะหนังที่ทำให้น้ำตาผมใหล ผมกำลังคิดถึงใครบางคน
Related posts
My Life
ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ผมกับครอบครัว ซึ่งประกอบไปด้วย พ่อ แม่ น้องสาวและผม ได้มีโอกาสไปชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ภาคต่อ ที่ทุกๆ คนในบ้านรอมานานถึง 19 ปี ถ้าคุณกำลังคิดถึงซุปเปอร์แมน คุณเดาถูกต้องแล้วครับ
หนังเรื่องนี้เหมือนเป็น ภาพยนต์ประจำบ้านของเราไปแล้ว เพราะเป็นหนังเรื่องเดียวที่เราจะไปดูโดยพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว ครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญที่ พ่อและแม่ผมได้มีโอกาสเปิดหูเปิดตา กับโรงหนังยุคใหม่กับเค้าเสียที ถ้าถามเค้าสองคนว่าครั้งสุดท้ายเข้าโรงหนังเมื่อไหร่ ผมขอตอบแทนเลย โน่นนนน…19 ปีที่แล้ว และก็เป็นเรื่องซุปเปอร์แมนนี่แหละ ภาคสุดท้ายก่อนจะมาเป็น ซุปเปอร์แมนรีเทิร์น
โดยปกติแล้วเป็นอะไรที่ยากมาก ที่ลูกๆ อย่างผมและน้องจะหว่านล้อม เอาท่านทั้งสองเข้าโรงหนังได้ ขอย้ำว่ายากมาก ทีแรกผมยังกลัวๆ ว่าพ่อผมจะหมดศรัทธากับฮีโร่คนนี้แล้ว แต่เหมือน ไปรอัน ซิงเกอร์ จะมาจุดประกายความเป็นเด็กในตัวของพ่อผมได้ออกมาวิ่งเล่นเป็นซุปเปอร์แมนอีก ครั้ง การชักชวนเข้าโรงหนังครั้งนี้ของผม จึงไม่ยากเย็นนัก
ผมยังจำได้ที่ไปดูหนังเรื่องนี้ในภาคที่สอง (ภาคหนึ่งเกิดแล้วแต่คงดูไม่รู้เรื่อง) พ่อกับแม่ซื้อชุดซุปเปอร์แมนให้ผมใส่ ผมก็บ้าเห่อ เปลี่ยนมันซะเลยในโรงหนังนั่นแหละ พอหนังจบเหาะออกมาจากโรงเลย เท่ชมัด! ครั้งนั้นถือเป็นการดูหนังครั้งแรกกับครอบครัวของผม
สำหรับในภาคที่สามของซุปเปอร์แมน ก่อนจะได้ไปชมนั้นผมแทบจะอาเจียนเป็นตัวเลข ก็พ่อสุดที่รักของผมนะซิ อยากพาลูกๆ ไปดูหนังเป็นทุนอยู่แล้ว แต่ก็ยังทำทีเหมือนไม่อยากไป มีข้อแลกเปลี่ยน คือให้ผมตอนนั้นเป็นเด็กชายอายุประมาณ หก หรือเจ็ดขวบได้ เขียนตัวเลข ตั้งแต่ ศูนย์ ถึง หนึ่งพัน! เอาล่ะสิ ทำไงล่ะ ก็ต้องเขียนสิครับ ในขณะที่เด็กน้อยใช้สมาธิในการเขียนอยู่นั้น คุณพ่อคงอยากจะให้ลูกชายฝึกทำงานภายใต้ความกดดัน แกเลยคอยกดดันอยู่ใกล้ๆ ด้วยคำพูดว่า “เร็วๆ นะเดี๋ยวหนังจะฉายแล้ว ถ้าทำช้าเดี๋ยวจะไปดูไม่ทันนะ” เอากับเค้าสิ .. จนแล้วจนรอด ทั้งน้ำหู น้ำตา ได้ดูจนได้ ผมไม่แน่ใจนะครับ ว่าวันนั้นผมเขียนถึง หนึ่งพันไหม…
ภาคต่อมา เป็นภาคก่อนที่จะมีซุปเปอร์แมน รีเทริน ที่กำลังฉายครับ ประมาณเมื่อ 19 ปีที่แล้ว ผมจำไม่ได้ว่าบรรยากาศในตอนนั้นเป็นยังไง แต่รู้ว่าได้ไปดูกับครอบครัว แปลกแฮะคิดไม่ออก ตอนนั้นผมน่าจะสักสิบขวบนะ
สำหรับซุปเปอร์แมน ผมพูดได้เต็มปากเลยครับว่าเป็นฮีโร่สามัญประจำบ้านผมเลย สมาชิกทุกคนชอบ ถึงจะสัปดนเอากางเกงในสีแดงมาใส่ไว้ข้างนอกก็เถอะ ยิ่งตอนพี่แกมาภาคล่าสุด ได้ใจน้องสาวผมไปเต็มๆ ก็ แบรนดอน รูธ ออกจะหล่อลากขนาดนั้น
ส่วนพ่อผมภาคใหม่นี่ พ่อผมชอบซุปเปอร์แมนเสียงดี พ่อบอกว่าระบบเสียงในโรงหนังมันเร้าใจ ดูหนังสนุกขึ้นเยอะ.. ก็แน่สิครับ สิบเก้าปีที่ผ่านมาเค้าก็ต้องพัฒนาสิ
เมื่อก่อนซุปเปอร์แมนโมโน เดี๋ยวนี้ ซุปเปอร์แมน สเตอริโอ ดีทีเอช ซุปเปอร์เซอราวด์
Related posts
My Life
คิดไว้นานแล้วล่ะครับ ว่าอยากจะเขียนถึง อ.ปายกับเค้าบ้าง ไม่ได้ว่าอินเทรนด์หรอกนะครับ และก็ไม่ได้อินหนัง “รักจัง” ด้วย แต่ผมอินกับบรรยากาศที่นี่มากกว่า ช่วงห้า หก เดือนที่ผ่านมานี้ ผมมาที่นี่เกือบๆ จะอาทิตย์ละครั้งเลย มาทำงานครับ มาบ่อยชนิดที่จัดเจนเส้นทางเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ถึงกับหลับตาขับรถได้หรอกนะ
ผมก็จำไม่ได้แล้วล่ะครับว่าผมมาที่นี่กี่ครั้ง เอาเป็นว่าบ่อยมากๆ อย่างที่บอกแล้วกัน แล้วก็จำไม่ได้แล้วด้วยว่าครั้งไหนที่ผม เผลอแอบมีใจให้กับ เมืองปายแห่งนี้ ที่บอกว่าเผลอก็เพราะ ระยะหลังๆ ที่มาที่นี่มีความรู้สึกเป็นสุข สบายใจ ถึงจะต้องมาทำงานก็เถอะ ก็ยังอดดีใจเล็กๆ ไม่ได้
มืองปายเป็นเมืองเล็กๆ ที่ถูกโอบกอดไว้ด้วยภูเขาลูกน้อยใหญ่ ปูด้วยสายน้ำ และผืนหญ้า แซมเข้าไปด้วยต้นไม้คละแบบ ผู้คนส่วนใหญ่มาจากหลายที่ ทั้งที่แบบมาอยู่ และแบบมาแล้วก็กลับ ชาวต่างชาติหลายคน ผมไม่มีโอกาสได้รู้จักหรอก แต่มีโอกาสได้เจออยู่บ่อยๆ เจอทุกครั้งที่มาที่นี่ สรุปเองว่าเค้าน่าจะหลงใหลที่นี่อย่างหัวปักหัวปำ เลยลงหลักปักฐานอยู่กินกันไปเลย
เชื่อไหมว่าเพื่อนผมที่มาด้วยกันบ่อยๆ เคยเจอ ฟรานซ์ เบคเค่นบาวน์ ด้วย! อันนี้ไม่เชื่อไม่เป็นไร (อยากบอกเฉยๆ)
มีคำถามหนึ่งที่ผมหาคำตอบไม่ค่อยจะได้ เพื่อนผมที่ไม่เคยมาที่นี่มักจะถามผมว่า “ที่ปายมีอะไรนักหนา คนทั้งหัวดำ หัวแดง ถึงชอบไปเที่ยวกันนัก” ผมก็ไม่รู้จะบอกเค้าว่ายังไงดี รู้ว่ามันแตกต่างจากที่อื่นมาก แต่กลั่นกรองออกมาไม่ได้ ผมตอบมันกลับไป “เอาไว้กูไปอีก มึงก็ไปกับกูดิ จะได้รู้เอง” แต่คนที่มาด้วยก็หน้าเดิมๆ ทุกครั้ง… ผมมาลองตีลังกาคิดหลายตลบ กลับไปกลับมา ที่นี่มีอะไรดี? อะไรที่ผมติดใจนะ? บรรยากาศที่เงียบสงบเหรอ ไม่น่าใช่เพราะผมมันคนขี้เหงา สาวสวยเหรอ… ไม่แน่ แต่ไม่น่าจะใช้เหตุผลหลัก แล้วมันอะไรหละ ผมก็ยังไม่รู้
หลังจากคิดอยู่นานผมขอใช้คำนี้สำหรับใช้ตอบคำถามของคนขี้สงสัยในครั้งต่อๆ ไป “มันลงตัวครับ” ที่ปายนี่มันลงตัวจริงๆ ทุกอย่าง ความเป็นอยู่ ความสงบ มนุษยสัมพันธ์อันดีที่หยิบยื่นให้แก่กัน ภาพแม่น้ำปาย เสียงลมภูเขา สีเขียวของธรรมชาติ วิถีชีวิตของผู้คนที่มาจากหลายๆ ที่ ลงตัวซะจริงๆ ครับ ไม่ต้องถามผมต่อนะครับว่ามันลงตัวยังไง เพราะคงอธิบายไม่ได้แล้ว ผมว่าคุณคงต้องลองมาด้วยตัวเองแล้วหละ
แล้วคราวหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังต่อ ขอศึกษาดูใจ เมืองปาย ให้ลึกซึ้งอีกนิดนะครับ
Related posts
My Life

ทุกวันศุกร์ มันหมายถึงว่า วันนี้และอีกสองวัน เสาร์ อาทิตย์ ลูกสาวจอมซนผมจะต้องไปอยู่กับแม่เค้า ซึ่งมันเป็นไปตามการพูดคุย ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม ที่เราจรดปากกาเซ็นใบหย่า และมันหมายถึงว่า ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ผมจะต้องเหงาอยู่คนเดียว เพราะไม่มีเจ้าตัวเล็กอยู่กวนใจ บางทีมันก็เหมือนจะดีที่ลูกไปอยู่กับแม่เค้า ผมจะได้มีเวลาทำอะไรบ้าง แต่พอบ่อยๆเข้า อาการติดลูกมันก็กำเริบขึ้นมา ทำให้ระบบคิดถึง ในจิตใจทำงานแบบไม่ยอมหยุด
เมื่อเกิดความคิดถึงขึ้นในระบบประสาท แน่นอนว่าความรู้สึกที่ตามมาก็คือ ความเหงา เปล่าเปลี่ยวนั่นอง การที่เราคิดถึงใครสักคน นั่นแสดงว่าคนๆนั้นเค้าไม่ได้อยู่ตรงนี้ ยิ่งระดับความคิดถึงมากเท่าไหร่ ระดับความเหงาก็เพิ่มเป็นเงาตามตัวมากเท่านั้น
ตอนนี้ปริมาณความคิดถึงในกระแสเลือดของผม มันอยู่ในระดับที่สูงมากแล้ว ยังมีปริมาณอุปสรรคจากการดำรงชีวิตที่ถูกบ้าง ผิดบ้าง แรงกดดันจากความคาดหวังของคนรอบข้าง พวกนี้เข้ามาทำปฎิกิริยาอะไรสักอย่างกับความคิดถึงที่มีอยู่ ส่งผลให้ร่างกายและจิตใจไร้เรี่ยวแรง อยากเหมือนไม่อยาก สนุกแต่ไม่สนาน ครื้นไม่เครง ร้อนๆ หนาว ๆ ประมาณนี้ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ไม่น่าพิศสมัยเอาซะเลย ทางออกมันก็คงมีอยู่ แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ คงต้องรอต่อไป ทนกับความรู้สึกแบบนี้ต่อไปก่อน รอเวลาที่ประตูของทางออกมันเปิด
เวลานี้สิ่งที่ผมน่าจะทำได้ดีที่สุดก็น่าจะป็นการทำความรู้จัก เข้าใจ กับ ความเหงา ความคิดถึง ให้สนิทสนมถึงใจกันไปเลย ไหนๆ ก็ต้องอยู่กันไปอีกนานแสนนานอยู่แล้ว เอาแบบพูดได้เต็มปาก
“อย่างน้อย มันก็ถือได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่กับเรานานจริงๆ
Related posts
My Life
เมื่อสักอาทิตย์ก่อน ไปทำงานที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ที่เคยเล่าให้ฟังนั่นแหละครับ พอดีผมได้ส่งโปสการ์ด จากร้านน่ารักๆ ร้านหนึ่งที่นั่น อันที่จริงตั้งใจไว้เป็นมั่นเหมาะแล้วว่ายังไงซะ วันนั้นก็ต้องส่งให้ได้
เมื่อวานกลับมาบ้านเจอโปสการ์ดสุดสวย ในสภาพที่ค่อนข้างยับเยิน ซึ่งคงจะเกิดจากการเดินทางที่มีระยะทางร่วมๆ ร้อยกว่ากิโลเมตร ตลอดทางยังทั้งชัน ทั้งโค้ง ทั้งคด และอาจจะผ่านมือของบุรุษไปรณีย์มือหนักบางคนด้วย โห ช่างน่าสงสาร ผมไม่บอกหรอกว่าผมจ่าหน้าถึงใคร แน่นอนว่าเธอคนนั้นเป็นผู้หญิงแน่ อยากรู้หรือไม่อยากรู้ไปดูกันดีกว่าครับ ข้างล่างนี้เอง


ไม่น่าเชื่อเลยว่าแผ่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่บุรุษไปรณีย์นำมาเสียบไว้ที่ตู้หน้าบ้าน จะทำให้ผมตื่นเต้นได้ขนาดนี้ นี่ฝีมือผมส่งมาเองนะ ถ้าเป็นคนอื่นส่งมาคงจะต้องเอาความตื่นเต้นที่มีคูณสักสองหรือสาม ผมว่ามันตื่นเต้นกว่าการได้รับจดหมายดิจิตอลหรืออีเมล์อีกนะ
ผมเคยถามคนที่ชอบส่งโปสการ์ดว่าทำไมเค้าไม่ส่งอีเมล์ เร็วดีออก ประหยัด และสะดวกกว่าด้วย เค้าบอกแค่ว่ามันคลาสสิกกว่ากันเยอะ ตอนนั้นผมก็ฟังคำตอบแบบผ่านๆ ไม่ได้สนใจอะไร แถมยังแอบหมิ่นผู้ตอบเล็กๆ ว่าเป็นเต่าล้านปีอีกตะหาก ตอนที่ส่งโปสการ์ดฉบับนี้มาหาลูกตอนส่งก็รู้สึกดี ที่ได้ทำอะไรแปลกๆ ดูคลาสสิก แต่ก็ยังไม่มีความหมายอะไรลึกซึ้งกว่านั้น จนวันที่ได้รับโปสการ์ดของตัวเอง..
แม่ผมลงจากรถและเปิดตู้ไปรณีย์หน้าบ้านเหมือนทุกทีที่ทำจนเป็นนิสัย แม่ผมคงจะงงใครกันส่งโปสการ์ดให้เด็กวัยขวบกว่าๆ จะลองคิดเล่นๆ ว่าจอมขวัญมีแฟนก็ใช่ที่ แม่ผมหันหน้ามาหาผมส่งสายตารูปเครื่องหมายคำถามชุดใหญ่ ผมเหลือบเห็นโปสการ์ด ผมบอกแม่ไปว่าผมส่งเอง ส่งมาจากปาย แม่ผมจึงคว้าแว่นสายตาผู้สูงอายุคู่กายออกมา เพื่อให้ข้อความบนโปสการ์ดสามารถอ่านได้โดยง่าย ตอนที่ผมรู้สึกดีมากๆ ตื่นเต้นสุดๆ ก็ตอนนี้แหละครับ ตอนที่แม่ผมอ่านเสร็จ ดูแม่มีความสุขมากๆ กำชับผมใหญ่เลยว่า ให้เก็บไว้ดีๆ ไว้ตอนจอมขวัญโตขึ้นจะได้อ่าน ดูแม่ผมจะชอบโปสการ์ดใบนี้เอามากๆ
ช่วงระยะเวลาที่โปสการ์ดเดินทางมาหาเรา ผมว่าคงจะเกิดปฎิกิริยาบางอย่างที่ทำให้ ตัวอักษรบนกระดาษแผ่นเล็กแผ่นนี้ เต็มไปด้วยความอบอุ่น เป็นมิตร พร้อมที่จะทักทายใครก็ได้ที่ได้รับ แม้ว่าตัวอักษรจะมีไม่กี่ตัว แต่ก็เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ประกอบขึ้นพร้อมความรู้สึกดีๆ มากมาย ให้คุณลองได้รับโปสการ์ดข้อความสั้นๆ สักฉบับ กับอีเมล์ยาวๆ สองสามฉบับ คุณจะรู้ ว่าที่ผมบอกน่ะเรื่องจริง
ผมว่าโปสการ์ดมันทำหน้าที่ในการส่งผ่านความสุข ได้ดีกว่าอีเมล์อีกนะครับ
Related posts
My Life
ปาย, โปสการ์ด, Postcard

สองสามวันก่อนผมขึ้นไปไหว้พระที่ พระธาตุดอยสุเทพมา คนที่รู้จักผมเมื่อก่อนมักจะมองแปลกๆ เสมอ เวลาที่ผมเข้าวัด น่าจะมาจากที่ผ่านมาผมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมทางศาสนามากนัก วันเกิดไม่ไปตักบาตร วันพระไม่ได้ฟังธรรม ตั้งแต่เกิดมานับจำนวนครั้งที่ไปเวียนเทียนได้ด้วยนิ้วบนมือข้างเดียว
แต่นั้นมันเมื่อก่อน ไม่ใช่ปัจจุบัน
จะทำอย่างไรถ้าคุณท้อแท้ ชนิดที่ว่าไม่เหลือกำลังทั้งกายและใจ หลายๆอย่างรอบตัวเลวร้ายเหมือนกับว่านัดกันมาแกล้ง หลายอย่างที่น่าจะดีได้แล้ว ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะดีเท่าไหร่ ในเมื่อสภาพจิตใจย่ำแย่ คนเราก็ต้องการหลักยึด ที่มั่น ไว้เหนี่ยวจิตใจ จะได้ไม่คว้างเคว้งจนหลุดจากวงโคจรของชีวิต
สิ่งหนึ่งที่พอจะคิดถึงให้ยึดเหนี่ยวได้คือ ธรรมะ นั่นเอง
ปัจจุบัน ผมจะทำบุญ เข้าวัดไหว้พระ ถวายสังฆทาน ทุกครั้งที่มีโอกาศ มีความรู้สึกว่าทำแล้วสบายใจดี อย่างน้อยๆ ความฟุ้งซ่านในสายเลือดก็มีปริมาณลดลง ความเครียดก็ลดลงไปได้เยอะ จากการสังเกตของผมและคนใกล้ๆ ตัวหลายคน พบว่าเมื่อเราอายุมากขึ้น เราจะทำกิจกรรมทางศาสนามากขึ้น มองเห็นความสำคัญของธรรมะดีขึ้น คืออายุมันแปรผันโดยตรงกับความสนใจธรรมะนั่นเอง
คนเราเมื่อตอนอายุน้อยๆ ยังไม่ต้องมีภาระรับผิดชอบอะไรมากมายให้ต้องเครียด ลองคิดถึงวัยเด็กดูสิครับ ส่วนใหญ่ก็จะมีความสุขกันทั้งนั้น สนุกสนาน มีเพื่อนมีฝูงเยอะแยะ ผมจำได้ว่าในวัยเรียนสิ่งที่ทำให้ผมเครียดที่สุดก็คือการสอบนั่นเอง ถึงฤดูกาลสอบทีไรมีความรู้สึกว่าหดหู่ทุกครั้ง อย่างบอกไม่ถูก
เมื่ออายุเรามากขึ้น วัยทำงานต้องรับผิดชอบอะไรต่อมิอะไรมากมาย ต้องแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลาทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว ความเครียดและอุปสรรคเพิ่มขึ้นตามลำดับอายุ ซึ่งต่างจากวัยเด็กมากๆ เหตุผลนี้ก็คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สนใจธรรมะ
การเข้าวัด ทำบุญ ไหว้พระ ผมว่ามันเป็นการทำให้เกิดสติ อย่างน้อยถ้าไม่เหลืออะไรในชีวิตแล้ว ก็ขอให้เหลือสติไว้เป็นสิ่งสุดท้าย การมีสตินี่เองจะพาเราไปพบกับทางออกของการแก้ปัญหาต่างๆ
คือถ้าเรามีสติ ปัญหามา ปัญญามี….
Related posts
My Life
ดอยสุเทพ, ปัญญา, ปัญหา, ไหว้พระ
Recent Comments