Out of Control

 p6236956bw.jpg

เมื่อวานได้ยินข่าวสะพานข้ามแม่น้ำถล่มในเมืองมินนิอาโปลิส รัฐมินนิโซตาของสหรัฐอเมริกา สาเหตุจากรายงานข่าวบอกว่าอาจเป็นเพราะความเก่าแก่ที่ใช้งานมาถึง 40 ปี ซึ่งเหตุเกิดช่วงชั่วโมงเร่งด่วน คาดผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่า 9 ศพ เนื่องจากยังสูญหายอีก 20 คน และได้รับบาดเจ็บไปอีกประมาณ 60 คน ฟังแล้วชวนให้สยอง เรื่องที่ไม่น่าจะเกิด ก็เกิดขึ้นจนได้ น่าคิดไหมครับว่าทำไม เรื่องแค่นี้ มนุษย์เราไม่สามารถควบคุมไม่ให้มันเกิดขึ้นได้

นับตั้งแต่การเริ่มต้นคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ คนเราก็ก้าวข้ามกำแพงชั้นแรกเข้าสู่การควบคุมธรรมชาติ เราสามารถควบคุมและสั่งการสิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างที่ใจเราต้องการ มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับกำลังเทคโนโลยีที่เรามี เราสามารถพาตัวเองไปที่ไหนต่อไหนก็ได้โดยพาหนะในรูปแบบต่างๆ  เวลาที่เราขับรถเราก็สามารถควบคุมรถให้วิ่งเร็ว วิ่งช้า เบรค เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา  การได้มาซึ่งการควบคุมอะไรสักอย่าง บางครั้งอาจจะต้องใช้การลงทุนอันแสนแพง และอาจจะต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกในระยะหนึ่ง แต่สำหรับเรื่องบางเรื่องเราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ ไม่ว่าเราจะใช้กำลังทุนและเวลาเท่าไหร่ก็ตาม

คิดอะไรกันให้ยากบางครั้งเรื่องที่เราควบคุมมันได้อยู่ทุกวัน วันดีคืนร้ายเราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ซะอย่างนั้น รถที่เราใช้เป็นประจำทุกวัน คุณเคยทะเลาะกับมันบ้างไหมล่ะ แล้วดูอย่างอุบัติเหตุสะพานถล่มที่บอกไป คนเราสร้างเอง ควบคุมเองแท้ๆ ใช่ไหม วันนี้เราก็ไม่สามารถควบคุมมันได้เช่นกัน แล้วคุณคิดว่าชีวิตต่อๆ ไปเราจะต้องทำอย่างไร

ในเมื่อความจริงแล้วคือ คนเราไม่สามารถควบคุมอะไรได้อย่างแท้จริง

เอาเรื่องใกล้ตัวเราที่สุดบ้างดีกว่า ตั้งแต่เราเกิดมาเราเคยนับไหมครับว่า อะไรที่เราคิดว่าเราควบคุมมันได้ แต่สุดท้ายแล้วมันก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของเราทุกที ลองยกตัวอย่างกันดู  หน้าที่การงาน วาสนา โชคชะตา และความรัก เราเคยผิดหวังกับเรื่องพวกนี้กันทุกคนแหละครับ ครั้งหนึ่งผมเคยควบคุมชีวิตตัวเองให้อยู่ในกรอบเป้าหมายที่ตัวเองตั้งเอาไว้ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน แต่เมื่อปัจจัยหนึ่งที่สำคัญเกิดควบคุมไม่ได้ขึ้นมา ผลกระทบมันเลยเกิดขึ้นทั้งระบบ ผลคือ ผมไม่สามารถควบคุมชีวิตตัวเองในช่วงนั้นได้ โชคยังดีที่ยังกลับเข้าสู่ระบบได้ทันการณ์ ผมเลยคิดว่าไอ้แค่เรื่องของตัวเราเอง ยังควบคุมได้ยากลำบากซะขนาดนี้ การที่คนเราจะไปควบคุมธรรมชาติต่างๆ ได้ 100% นี่คงยังอีกไกล ตอนนี้ก็ต้องเสี่ยงเอาว่ามันจะอยู่นอกเหนือการควบคุมของเราเมื่อไหร่เท่านั้น

จริงๆ ที่เราสามารถควบคุมได้ก็มีเพียงตัวของเราเอง บางครั้ง บางทีเรายังควบคุมการกระทำบางอย่างของตัวเองไม่ได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับการที่จะไปควบคุมสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวให้เป็นไปอย่างที่เราคิด เราต้องการ เรื่องง่ายๆ ที่ดูยากๆ ก็คือ จัดการตัวเราเองให้ได้ ตัวเราเองนี่แหละจัดการตัวเราเอง ความคิดเราเอง ควบคุมมันให้ดี ถ้าเราควบคุมได้ เราก็จะไม่ต้องมานั่งเสียใจ ผิดหวัง กับอะไรต่างๆ รอบตัวที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราต้องการ ใช่ครับผมกำลังให้เรา “ปลง” นั่นเอง

เหนื่อยไหมล่ะครับเวลาที่เราต้องออกแรงควบคุมอะไรสักอย่างให้ได้อย่างที่เราต้องการ แล้วคุณแน่ใจเหรอว่าคุณควบคุมสิ่งเหล่านั้นได้จริงๆ บางทีคุณและผมอาจจะกำลังหลอกตัวเองอยู่ก็ได้….

Love is the source of life

เพลงเพราะมากนะครับ อย่าลืมเปิดลำโพงฟังกันหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะตามมาเขียน จอมขวัญตื่น มาเรียก “พ่อทอมไปนอนได้แล้ววว” เอาล่ะพ่อที่ดีต้องเชื่อฟังลูก ไปนอนแล้ว…

——————————————————

เขียนต่อตอนกลางวัน

เค้าว่ากันว่ามีลูกหนึ่งคนจะจนไปสิบแปดปี….โห
ก็น่าจะจริงนะ ไหนจะค่าเลี้ยงดูต่างๆ ค่านม ค่าผ้าอ้อม โตมาอีกหน่อยถ้าเป็นลูกผู้หญิงเหมือนผมคงหนีไม่พ้นค่าแฟชั่นต่างๆ เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ โทรศัพท์มือถือ และอีกเพียบ แค่คิดต่อมหาเงินก็เริ่มรวนแล้ว

เดิมทีสมัยที่ผมเพิ่งแต่งงานใหม่ๆ ผมเป็นคนที่อยากมีลูกมากๆ อาจจะเป็นเพราะว่าครอบครัวผมอบอุ่นมาก หรือเรียกได้ว่ามากที่สุด ซึ่งส่งผลให้ผมเป็นคนรักครอบครัว เมื่อแต่งงานมีครอบครัวเข้าจริงๆ ก็อยากจะมีสมาชิกตัวน้อยๆ เลย จะได้เป็นครอบครัวจริงๆ ซะที และแล้ววันหนึ่งครอบครัวผมก็สมบูรณ์ วันนั้นคำว่าพ่อคนได้เข้ามาเคาะประตูบ้านเบาๆ และบอกกับเราสองคน ผมกับแฟน ผ่านกระดาษลิตมัสที่เค้าใช้ตรวจการตั้งครรภ์ ว่าอีกไม่น่าจะเกินเก้าเดือน เราจะมีลูกแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าตั้งแต่เกิดมาจนถึงอายุในขณะนั้น 27 ปี ที่ชีวิตมีแต่เรื่องดีๆ จะมีเรื่องไหนที่จะทำให้ดีใจได้เท่านี้ ชนิดที่ว่าความปิคิ ยินดี ไหลอาบเต็มสี่ห้องของหัวใจ วันนั้นผมจำไม่ได้แล้วว่าผมตัวใหญ่แค่ไหน เหมือนไฟทุกดวงส่องมาที่ผมเพียงคนเดียว สิ่งที่ยากอย่างเดียวในตอนนั้นคือ ผมจะกดโทรศัพท์บอกใครก่อนดี โทรหาคุณพ่อ หรือโทรหาคุณแม่ก่อน …

ผมไม่รู้ว่าจะบอกเล่าถึงความรู้สึกตอนที่เค้าเกิดได้อย่างไร ตอนที่เค้าจ้องหน้าผมครั้งแรกในชีวิต อาจจะบอกความรู้สึกผ่านสมการทางคณิตศาสตร์ได้ตามสูตรนี้

ความรู้สึกตอนรู้ว่าตั้งครรภ์ x 10,000,000 = ความรู้สึกตอนที่เค้าเกิด

ผมไม่คิดว่าเรื่องที่ว่า ความรักทำให้คนตาบอด จะใช้ได้กับความรักระหว่างพ่อกับลูกได้ วันนั้นน้ำตาผมมาจากไหนไม่ทราบ หรือถุงน้ำดี ตับ ม้าม ช่วยต่อมน้ำตาผลิตน้ำตากันก็ไม่รู้ ผมมีน้ำตาไหลอยู่ตลอด จนแสบตา แทบจะมองอะไรไม่เห็น ถ้ามันเป็นน้ำตาที่เกิดจากความสุขที่มี แสดงว่าปริมาณความสุขมันมากจนล้นเลยสินะ

เพราะแบบนี้ไงครับผมถึงยอมแลกกับที่เค้าว่า “มีลูกหนึ่งคนจะจนไปสิบแปดปี” ผมแลกด้วย “มีลูกหนึ่งคนร่ำรวยความสุขไปจนตาย” ผมไม่เถียงหรอกครับว่าภาระการดูแลลูกนั้นมันต้องแลกด้วยอะไรบ้าง ทั้งเรื่องของเงิน และเรื่องของเวลา ยอมรับครับว่าเหนื่อย ทั้งกายและใจจริงๆ  แต่เวลาที่คิดถึงเค้า ได้เห็นรูปเค้า พัฒนาการต่างๆ มันทำให้ผมหยัดยืนอยู่ทุกวันนี้ไงครับ ความรักของจอมขวัญเหมือนกับเป็นวัตถุดิบที่ทำให้ผมมีพลังที่จะจัดการสิ่งต่างๆในชีวิตที่เหลืออยู่นี้ให้ดีที่สุด สำหรับเค้า

วันที่ 1 สิงหาคม ผมต้องเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตอีกแล้ว ดูผิวเผินอาจจะเหมือนก้าวถอยหลัง แต่จริงๆ แล้ว ในความคิดผม มันก็ไม่เลวร้ายหรอก ถ้าจะถอยหลังไปยืนอยู่ตรงที่มันมั่นคงน่ะ

Happy is all around

 xx.jpg

เชื่อไหมครับว่าความสุข เราสามารถแบ่งปันกันได้ ผมเชื่อนะ แล้วก็เชื่อมานานแล้วด้วย…

ความสุข เป็นความรู้สึกชนิดหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดที่แสดงถึงความรู้สึกดีๆ แต่บางครั้ง ความสุข ก็ไปอยู่ผิดที่ ผิดทางกลายเป็น ความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น หรือความสุขชั่ววูบ แต่ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ความสุขก็ยังเป็นความที่คนทุกคนต้องการ แล้วจะทำอย่างไรเราถึงจะได้ความสุขชิ้นโตมาครอบครองกันหละ

จริงๆ แล้วเราทุกคนรู้ดีว่า ความสุข นั้นมันก็อยู่รอบๆ ตัวเรานี่แหละ ผมรู้ และคุณก็รู้ อยู่ที่เราเองว่าเราจะจัดการกับสิ่งรอบตัวอย่างไรให้ได้รับความสุข ไม่ยากหรอกครับถ้าอยากมีความสุข แต่ถ้ามันเกิดยากขึ้นมา ก็ตัวเราเองนี่แหละที่มักจะทำให้มันยากกันไปเอง ยกตัวอย่างเรื่องที่ทำให้ผมมีความสุขเรื่องหนึ่ง เรื่องเล็กๆ ครับคุณรู้ไหมว่า มาม่าคัพ ถ้วยหนึ่งเนี้ยทำให้คนในครอบครัวผมสองคนมีความสุขได้ แม่ผมแลกซื้อมาด้วยเงินเพียง 9 บาท (จากราคาเต็ม 12 บาท) แม่ผมมีความสุขมากที่ประหยัดเงินไปถึง 3 บาท ปลาบปลื้มกันไป และตอนที่ผมกำลังพิมพ์เรื่องนี้อยู่ ผมก็เปิดฝากดน้ำร้อนใส่ รอให้ได้ที่ แล้วละเลียดอย่างเมามันส์ เพราะผมกำลังหิว ง่ายไหมครับ ความสุขจากเงิน 9 บาท จากมาม่าคัพ หนึ่งถ้วย เรื่องเล็กๆ แบบนี้ ความสุขเล็กๆ อย่าไปมองข้ามมันนะครับ

คุณเคยอยากได้โทรศัพท์มือถือใหม่ไหมครับ ผมนี่ตัวดีเลยหละ เบื่ออันเก่า อยากได้อันใหม่ เทคโนโลยีใหม่ๆ เจ๋งๆ เคยไหมครับที่ดิ้นรนซื้อมาสนองตัณหาของตัวเองได้ แต่ต้องลำบากไปอีกหลายเดือนเลย สำหรับคนกระเป๋าหนักไม่ว่ากันครับ คุณคงไม่รู้สึกหรอก แต่สำหรับคนกระเป๋าไม่แน่นอนอย่างผมลำบากแน่ๆ ความสุขจากมือถือมีระยะเห่ออยู่ได้แค่ประมาณ 1-3 เดือนแรกเท่านั้นเอง หลังจากนั้นมันคือโทรศัพท์เก่า ที่เราเฉยๆ ความสุขตรงนี้หมดแล้ว เหลือแต่ความทุกข์กับค่างวดที่เหลือ… แบบนี้ผมเรียกว่าความสุขชั่ววูบเห็นด้วยไหมครับ แล้วถ้าผมไม่ซื้อใหม่ล่ะ ผมไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยน  ผมอาจจะไม่ได้รับความสุขจากมือถือใหม่แต่ก็ไม่ต้องมีความทุกข์จากเงินที่หายไป

ความเห็นผมเองนะครับ ใครไม่เห็นด้วยก็คงไม่ผิดอะไร ผมอยากจะให้เรามองสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเราอีกนิด คนที่อยู่ข้างๆ เราด้วย ทุกวันนี้ที่เราไล่กวาดสายตาที่มีวิสัยทัศน์อันเยี่ยมยอดของตัวเราเอง ออกไปเสาะหาสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทรัพย์สิน เงินทอง ที่จะมาบันดาลความสุขให้กับตัวเอง เคยถามตัวเองกันไหมครับว่าหาได้เท่าไหร่ถึงจะพอ ลองกลับมามองความสุขที่อยู่ใกล้ๆ ตัวเราก่อนดีไหม ความสุขง่ายๆ ที่เริ่มจากความคิดของเราเอง ดีไหมครับถ้าเราสามารถมีความสุขได้ทุกๆ วัน

บ่นอะไรซะเยอะเลย วันนี้ผมมีความสุขเล็กๆ มาแบ่งปันครับ ลองมาหยิบความสุขในแบบของผมกับลูกสาวจอมซน น้องจอมขวัญ ไปชิมลางดู ที่นี่นะครับ JOM’s Gallery หรือคลิกจากเมนูด้านบนสุดของบล็อกก็ได้ ผมใช้เวลาทำให้เค้าด้วยความสุขครับ เป็นอัลบัมของเค้าตั้งแต่วันที่เค้าลืมตาดูโลก จนถึงปัจจุบันและจะพยายามอัพเดททุกเดือน ยินดีที่จะได้แบ่งปันให้ทุกๆ คนได้ชม บางทีความสุขที่คุณได้รับอาจจะทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่นการแอบอมยิ้มกับบางภาพของน้องจอมก็ได้นะ มีเพื่อนผมคนหนึ่งเคยพูดให้ผมฟังนานแล้วว่า

เมื่อเราแสวงหา เราจะตกเป็นทาสของเป้าหมาย ใจที่เป็นอิสระเท่านั้น จึงจะพบคำตอบที่แท้จริง

ตอนนี้ผมมีเป้าหมายที่เหมาะกับผมแล้ว ก้าวต่อไปของผม ผมจะก้าวไปพร้อมกับความสุขที่ผมเคยมองข้ามไป วันนี้ผมมีความสุขได้ทุกวันครับ อย่าลืมหยิบเอาความสุขเล็กๆ รอบๆ ตัวคุณวันนี้ ไปเป็นพลังที่จะทำให้เกิดความสุขใหญ่ๆ ต่อไปนะครับ