ความล้มเหลว

001.jpg

ผมตื่นขึ้นมาในเช้ามืดวันหนึ่ง ที่พายุกำลังเดินทางมาถึง เสียงลมที่พายุพาเข้ามา ลอดผ่านหน้าต่างแบบบานมุ้งลวดให้เสียงโหยหวน ฟังแล้วน่าขนลุกยิ่งนัก ถึงจะมีลมแรงเช่นนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววของสายฝน แต่มันคงกำลังเดินทางมา และคงจะมาตกให้เห็นถึงหน้าบ้านแน่ๆ

นาฬิกาไม่ได้บอกผมว่าตอนนี้เวลาเท่าไหร่ เพราะไม่ได้อยู่ในระยะทำการของสายตาที่จะมองเห็นเวลาได้ แต่ผมเดาจากเสียงไก่ขันว่าตอนนี้น่าจะอยู่ในช่วงเวลา ตีสี่ย่างเข้าตีห้า ไม่น่าจะผิดไปมากน้อย ความรู้สึกผมในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปกับอากาศภายนอกบ้านที่กำลังแปรปรวน ผมรู้สึกหมดหวังและหมดความศรัทธาในเช้าของวันใหม่ไปทุกๆ ที ทุกครั้งที่ผมนับวันที่ผ่านไปในชีวิต จะมีเรื่องดีๆ ให้ได้ภูมิใจกับเค้าสักกี่เรื่อง เรื่องแย่ๆ ไม่ต้องนับให้ปวดนิ้วหรอกครับ ผมว่าใช้เครื่องคิดเลขน่าจะดีกว่า

ที่จริงแล้วความรู้สึกที่ผมมีอยู่ในตอนนี้ถ้าจะมีใครสักคนรับผิดชอบ ก็น่าจะเป็นผมเอง ผมเองต้นเหตุที่ทำให้ตัวผมเองต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้ ความผิดพลาดไม่มีใครอยากพบอยากเจอ ความล้มเหลวมันให้ความรู้สึกตรงข้ามกับความสำเร็จแน่นอนใครก็รู้ ที่ผ่านมาผมพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดถึงแม้ว่ามันจะไม่เคยเป็นอย่างที่ตั้งใจก็ตามที หลายคนบอกว่าผมกล้าเกินไป มองโลกดีเกินไป และอะไรอีกหลายข้อที่จะมาเป็นข้อเสียของผมได้ ….ผมเข้าใจ ถ้าทุกอย่างที่ผมทำมันไม่ขัดสายตาใคร ความสำเร็จเกิดขึ้นให้ทุกคนได้สัมผัส ข้อเสียต่างๆ คงจะมีคนเอาไปแปะไว้ในข้อดีเป็นแน่ หลายคนคงจะบอกว่าที่ผมมาถึงตรงนี้ได้ เพราะความกล้าที่จะเสี่ยงและลงมือทำ ประกอบกับการมองโลกในแง่ดี และอีกหลายข้อที่จะกลายมาเป็นข้อดี แต่ก็อย่างที่ได้บอกไว้ ในเมื่อวันนี้ผมยังเป็นคนที่ล้มเหลว ไม่มีควมสำเร็จอะไรในชีวิตซักอย่างหนึ่ง ใครจะให้ความเชื่อถือ ใครจะมาไว้ใจ ใครจะเข้าใจ..

ผมเคยผ่านเรื่องแย่ที่สุดมาก็ไม่น้อย ทุกครั้งผมจะให้กำลังใจกับตัวเอง และในบางสถาณการณ์ผมก็ได้รับจากคนรอบข้างด้วย ทุกครั้งที่ผมล้มเหลวต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ผมพบว่ากำลังใจที่ผมให้กับตัวเองและที่ได้รับจากคนอื่นมันลดลง…ลดลง…. ไม่มีใครอยากทำอะไรซ้ำๆ ใครจะคอยช่วยเหลือ คอยเติมกำลังใจให้ได้ตลอด ในเมื่อคนอื่นๆ ก็ต้องต่อสู้เหมือนกัน

ผู้หญิงที่ผมเคยรักที่สุดก็จากผมไปด้วยเหตุผลนี้ เพื่อนๆ คนใกล้ชิดมองผมไม่ต่างอะไรไปจาก สัญลักษณ์ของความล้มเหลว อย่าว่าแต่คนอื่นเลย เอาใกล้ๆ ก็ได้ พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ก็มองไม่ต่างจากคนอื่นหรอก ถึงตอนนี้ถ้าผมไม่เสียใจคงไม่ใช่คนแล้วล่ะครับ ผมเบื่อกับชีวิตแล้ว แต่ผมยังอยู่ ในใจผมมันฟ่อนเฟะแหลกเหลว แต่หน้าตาผมยังแสดงรอยยิ้มได้ ทุกวันนี้ผมต้องฝืนความรู้สึกที่แสดงออกไปหลายอย่าง และต้องปรับตัวให้รับสภาพความเป็นจริง ผมเหนื่อยมาก ….เหนื่อยมาก

ผมไม่ใช่คนเลวอะไร พูดแบบไม่ได้เข้าข้างตัวเอง ผมอยู่ในเกณท์เรียกได้ว่าคนดีด้วยซ้ำไป น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่มีใครมองจุดนี้ของผมเลย

ผมผิดเอง ผิดมาทั้งหมดนั่นแหละ ขอโทษทุกคนที่เคยเดือดร้อนกับผม ขอบคุณความช่วยเหลือและเป็นห่วงที่เคยมีให้…..

ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง เมื่อไหร่ฝนจะตกให้รู้แล้วรู้รอดเสียทีนะ

—————————————————————————
“ไม่ต้องสนใจอะไรมากนะครับ ข้างบนก็แค่เรื่องที่ปรุงแต่งขึ้น แต่งขึ้นจากความรู้สึกจริงก็เท่านั้นเอง”

AKARADECH.COM เอากับมันหน่อย

aka.jpg

ไปดูกันเลยครับ www.akaradech.comหลังจากที่หลงตัวเองอยู่นาน นานเสียจนมันตกตะกอนแห่งความหลงไปซะแล้ว ก็ชอบคิดว่าตัวเองถ่ายรูปสวย ชอบอวดให้ใครๆดู แต่ไม่ได้โอ้อวด เบ่งห่ามแต่อย่างใด ชอบให้ผู้ชมชม ชอบให้คนดูติ ติเพื่อก่อ ฝีนิ้วที่กดชัตเตอร์จะได้พัฒนา วันนี้ผมอยากจะเปิดตัวเว็บไซต์สำหรับแสดงภาพที่ผมถ่าย ที่ผมชอบคิดอยู่เสมอว่ามันสวยยย…. ให้ชาวโลกได้รับรู้ในความหลงตัวเองของผมอย่างถ้วนทั่ว ใครอยากติอยากชม เชิญได้ตามอัฐยาศัย

นอกจากเรื่องความสะใจในความหลงตัวเองแล้ว เว็บไซต์รวบรวมภาพถ่ายของผมก็นับได้ว่าเป็นผลงานทางศิลปะชิ้นหนึ่งที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ และผมเป็นผู้สร้างสรรค์มันขึ้นมากับสายตา กับนิ้ว และก้อนสมองฝ่อๆ ที่มีอันน้อยนิดในหัวของผม จะอดไม่ให้ภูมิใจได้อย่างไรครับ…..

สวยหรือไม่สวย ภาพของผมก็มีคุณค่าสำหรับแต่ละคนต่างๆ กันไป หากทุกท่านชมแล้วเกิดความตะขิดตะข่วงในหัวใจ ตัวร้อนเป็นไข้ เนื่องจากภาวะอุจาต ผมในฐานะผู้สร้างสรรค์ขอกราบประทานอภัยมา ณ ที่นี่อย่างล่วงหน้า แต่ในทางกลับกัน หากท่านผู้เจริญรับชมแล้วอมยิ้ม เข้าใจในภาพที่ถ่าย ถึงความหมายที่ผู้ถ่ายตั้งใจ ก็ขอให้ความสุขเล็กๆ ที่ท่านได้รับเป็นจุดกำเนิดของความอารมณ์ดี ที่จะทำให้ท่านหน้าตาผ่องแผ้ว สดใสระเรืองรอง เพราะทุกภาพที่นิ้วผมกดชัตเตอร์ ทุกครั้งที่ม่านชัตเตอร์ทำงาน ทุกกระบวนการในการวัดแสง ผมใส่ใจเข้าไปทุกส่วนงาน

ผมไม่ได้เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง และไม่ได้เป็นช่างภาพมืออาชีพ ผมทำมันเพราะติดใจกับความสุขที่การถ่ายภาพหยิบยื่นให้ผม ผมเลยอยากแบ่งความสุขนี้ให้คนอื่นบ้างก็เท่านั้นเอง….

ปล.ตอนนี้ผมเลิกทานเนื้อวัวแล้วครับ…

แกลอรี่มีชีวิต ของคนไร้อารมณ์

ช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ได้หายไปไหน ยังมีชีวิตอยู่เป็นปกติทุกข์ดี ไม่ได้เหงาเพราะไม่ได้อยู่คนเดียว มีความผิดพลาดในอดีตให้ความรักใคร่ดังมิตรผู้อยู่เคียงข้างกันตลอดมา และหากไม่มีอะไรในอนาคตเปลี่ยนแปลงมันก็คงจะเป็นอกัลยานมิตรอย่างนี้ตลอดไป

ที่ผ่านมามีเรื่องดีๆ ในชีวิตน้อยมากครับ ฮอโมนความรับผิดชอบต่อบล็อก และงานที่ทำเลยต่ำลงไปด้วย ช่วงที่ผ่านมาการถ่ายรูปทำให้ผมรู้สึกดี ถึงจะไม่ได้ทำให้ปัญหาอะไรมันคลี่คลายก็เถอะ แต่มันก็พอที่จะทำให้ผมมีกำลังมานั่งพิมพ์ เพื่อที่จะบอกคุณๆ ให้เข้าไปชมห้องภาพของผมกันสักหน่อย ไม่ได้มีรูปสวยปานเทพ ไม่ได้ถ่ายภาพเก่งอย่างโปร มีแต่ความขี้อวดเพียวๆ ครับ อยากให้ไปช่วยดูกันหน่อย

ไปดูกันเลยครับที่นี่ www.weloveblog.com/photos